
เปิดฉากลีกรองสุดเดือด! "แตนอาละวาด" กุนซือใหม่ประเดิมคุม ลุ้นดับซ่า "นักบุญแดนใต้" ที่หวังล้างมลทินโทษตัดแต้ม
แชมป์เปี้ยนชิพ อังกฤษ | วัตฟอร์ด VS เซาแธมป์ตัน | เกมนัดที่ 1 | วันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคม 2026
พรีวิว
"นักบุญแดนใต้" เซาแธมป์ตัน เตรียมยกพลบุกเยือนถิ่น วิคาเรจ โร้ด ในวันอาทิตย์นี้ เพื่อฟาดแข้งกับ "แตนอาละวาด" วัตฟอร์ด ในเกมนัดเปิดสนามศึก แชมเปี้ยนชิพ อังกฤษ ฤดูกาล 2026-27 โดยทั้งสองทีมต่างออกสตาร์ตฤดูกาลด้วยการคว้าชัยชนะในศึก อีเอฟแอล คัพ รอบแรกเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และพร้อมแล้วสำหรับการเปิดฉากแย่งชิงคะแนนในลีกระดับลีกรองของประเทศอังกฤษ
แมตซ์ พรีวิว
วัตฟอร์ด
วัตฟอร์ด เตรียมลงเล่นเกมลีกนัดแรกภายใต้การคุมทีมของ อเลสซิโอ ดิโอนิซี่ หลังจากเพิ่งพาทีมเก็บชัยชนะในเกมฟุตบอลถ้วยนัดเปิดหัวมาได้ โดยพวกเขาต้องเริ่มต้นฤดูกาลที่ 5 ติดต่อกัน ในศึก แชมเปี้ยนชิพ หลังจากซีซั่นที่แล้วจบลงด้วยอันดับที่ 16 ของตารางคะแนน ซึ่งถือเป็นอันดับที่ต่ำที่สุดเทียบเท่าสถิติของสโมสรนับตั้งแต่ปี 2005 ในฤดูกาลที่พวกเขาต้องใช้ผู้จัดการทีมไปถึง 4 คน
ช่วง 15 นัดหลังสุดของฤดูกาลที่ผ่านมาภายใต้การนำทัพของ เอ็ดเวิร์ด สติลล์ พวกเขาเก็บชัยชนะได้เพียงแค่ 3 นัด และพ่ายแพ้ไปถึง 8 นัด จบฤดูกาลด้วยการมี 57 คะแนน หลังแพ้รวด 5 เกมสุดท้าย ส่งผลให้บอร์ดบริหารตัดสินใจเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในช่วงซัมเมอร์ด้วยการแต่งตั้ง อเลสซิโอ ดิโอนิซี่ เข้ามากุมบังเหียน ซึ่งผลงานช่วงปรีซีซั่นของกุนซือใหม่จบลงด้วยการชนะ 1 นัด เสมอ 1 นัด และแพ้ 2 นัด ก่อนจะประเดิมเกมทางการด้วยการเปิดรังเฉือนเอาชนะทีมระดับดิวิชั่นสี่อย่าง ครอว์ลีย์ ทาวน์ ในศึก อีเอฟแอล คัพ รอบแรก จากประตูชัยในนาทีที่ 99 ของ มาร์ก โบล่า ช่วยให้ทีมไม่ต้องไปเหนื่อยดวลจุดโทษ และในเกมนี้พวกเขาหวังประเดิมเก็บชัยชนะในบ้านเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลใหม่อย่างสวยงาม
เซาแธมป์ตัน
ทางฝั่งของทีมเยือน "นักบุญแดนใต้" เซาแธมป์ตัน เดินทางมาพร้อมความมุ่งมั่นที่จะสานต่อผลงานอันยอดเยี่ยมจากอันดับที่ 4 ในฤดูกาล 2025-26 ซึ่งเป็นซีซั่นที่ถูกบดบังด้วยเหตุการณ์อื้อฉาวช่วงท้าย หลังจากออกสตาร์ตได้อย่างย่ำแย่หลังตกชั้นมาจากเวทีพรีเมียร์ลีก พวกเขาตัดสินใจแต่งตั้ง ทอนด้า เอคเคิร์ต เข้ามาคุมทัพในเดือนพฤศจิกายน และทำผลงานทะยานขึ้นอย่างน่าจับตาด้วยการเก็บได้ถึง 68 คะแนน จาก 33 เกมลีก จนจบอันดับที่ 4 และผ่านเข้าไปเล่นในรอบเพลย์ออฟรอบรองชนะเลิศกับ มิดเดิลสโบรห์
เซาแธมป์ตัน สามารถเอาชนะในรอบตัดเชือกด้วยผลรวมสองนัด 2-1 หลังจากเสมอมาทั้งสองเกมและได้ประตูตัดสินในช่วงต่อเวลาพิเศษ ทว่าพวกเขากลับถูกตัดสิทธิ์จากการลงเล่นนัดชิงชนะเลิศเนื่องจากคดีอื้อฉาว สปายเกต หลังกุนซือ ทอนด้า เอคเคิร์ต ยอมรับว่าได้แอบส่องการซ้อมของคู่แข่งถึง 3 ทีม ในระหว่างฤดูกาล ซึ่งรวมถึง มิดเดิลสโบรห์ ในเกมเพลย์ออฟด้วย ทำให้ชวดโอกาสลุ้นตั๋วขึ้นสู่ลีกสูงสุดที่สนาม เวมบลีย์ อย่างน่าเสียดาย
อย่างไรก็ดี พวกเขาสานต่อแง่บวกจากช่วงครึ่งหลังของฤดูกาลก่อนด้วยการโชว์ฟอร์มปรีซีซั่นสุดแกร่งชนะรวด 3 นัด และเพิ่งเปิดหัวศึก อีเอฟแอล คัพ ด้วยการทุบชนะ โคลเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2-0 จากประตูของ ไคล์ ลาริน และ โรมิโอ อากาชุควู โดยในฤดูกาลนี้พวกเขาต้องสู้เพื่อลุ้นเลื่อนชั้นอัตโนมัติภายใต้ภาระโทษ ตัด 4 คะแนน จากคดี สปายเกต และตั้งเป้าบุกคว้าชัยชนะเพื่อปลดล็อกแต้มให้ขยับมาอยู่ที่ -1 คะแนน
สภาพความพร้อมของทีม
วัตฟอร์ด
สภาพความพร้อมของ "แตนอาละวาด" วัตฟอร์ด กุนซือ อเลสซิโอ ดิโอนิซี่ น่าจะยึดผู้เล่นชุดเดิมที่เพิ่งลงเล่นกับ ครอว์ลีย์ ทาวน์ เมื่อสัปดาห์ก่อนเป็นหลัก โดยมี แม็ตตี้ พอลล็อค และ เควิน เคเบน เป็นเซนเตอร์แบ็กชุดใหญ่เพียง 2 รายที่พร้อมลงสนามในเวลานี้
ในแดนกลาง อิมราน ลูซ่า มิดฟิลด์ตัวเก่งที่เป็นเพียงสำรองในเกมบอลถ้วย น่าจะได้ออกสตาร์ตเป็นตัวจริงแม้จะมีกระแสข่าวเรื่องอนาคตที่ไม่แน่นอน โดยพร้อมลงจับคู่กับ เฮกเตอร์ คิปริอานู หรือ เอโดอาร์โด้ โบเว่ ขณะที่เกมรุกมีการแย่งชิงตำแหน่งอย่างดุเดือด แม้ว่าจะไร้เงา เนสตอรี่ อิรันคุนด้า ที่เตรียมย้ายออกจากทีม โดยแข้งใหม่อย่าง อีเกร์ บราโบ ที่ลงเล่นร่วมกับ ลูก้า เคเยอร์รุมการ์ด, ควัดโว บาห์ และ ออสมาเน่ มาอัมม่า เมื่อสัปดาห์ก่อน จะต้องขับเคี่ยวแย่งตำแหน่งตัวจริงกับ ร็อคโค่ วาต้า, มามาดู ดูมเบีย และ มาร์ติน ปาเยโร่
เซาแธมป์ตัน
ความพร้อมของทีมเยือน "นักบุญแดนใต้" เซาแธมป์ตัน ภายใต้การนำของ ทอนด้า เอคเคิร์ต ได้ทำการเสริมทัพอย่างน่าสนใจหลังเสียแกนหลักอย่าง เชีย ชาร์ลส์ และ รอสส์ สจ๊วร์ต ออกไป โดยได้ตัว ดิวิน มูบามา และ ลูอิส ด็อบบิน เข้ามาร่วมทีม รวมทั้งซื้อขาด ดาเนียล เปเรตซ์ และ ไคล์ ลาริน เข้าสู่ทีมแบบถาวร ซึ่งทั้งคู่พร้อมออกสตาร์ตเป็นตัวจริงในตำแหน่งผู้รักษาประตูและกองหน้าตัวเป้าตามลำดับ
ในแนวรุกมีตัวเลือกให้ใช้งานเพียบทั้ง เบน เบรเรตัน ดิแอซ, เลโอ ซิเอนซ่า, ลูอิส ด็อบบิน, ทอม เฟลโลวส์, ฟินน์ อาซาซ, ดิวิน มูบามา และ คาเมรอน อาร์เชอร์ ที่ต่างพร้อมเบียดแย่งตำแหน่งในพื้นที่สุดท้าย ขณะที่แดนกลางคาดว่า คูริว มัตสึกิ จะลงประสานงานร่วมกับ ฟลินน์ ดาวน์ส ต่อไปหลังจากการอำลาทีมของ เชีย ชาร์ลส์
คาดการณ์ผู้เล่น
วัตฟอร์ด : ราวาเกลีย; ตราโอเร่, พอลล็อค, เคเบน, โบล่า; คิปริอานู, ลูซ่า; บาห์, วาต้า, มาอัมม่า; เคเยอร์รุมการ์ด
เซาแธมป์ตัน : เปเรตซ์; บรี, ฮาร์วูด-เบลลิส, สตีเฟนส์, แมนนิ่ง; มัตสึกิ, ดาวน์ส; ด็อบบิน, อาซาซ, ซิเอนซ่า; ลาริน
วิเคราะห์คาดการณ์
เกมนัดเปิดสนามศึก แชมเปี้ยนชิพ อังกฤษ ที่สังเวียน วิคาเรจ โร้ด ถือเป็นการดวลกันที่มีเดิมพันสูงสำหรับทั้งคู่ ฝั่งเจ้าถิ่น "แตนอาละวาด" วัตฟอร์ด เพิ่งเริ่มต้นยุคใหม่กับกุนซือ อเลสซิโอ ดิโอนิซี่ ซึ่งภาพรวมของทีมยังดูไม่ลงตัวนัก เห็นได้จากผลงานอุ่นเครื่องที่ชนะเพียงแค่ 1 นัด จาก 4 เกม และเกมนัดล่าสุดในศึก อีเอฟแอล คัพ ก็ต้องออกแรงเหนื่อยจนถึงช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีที่ 99 กว่าจะเฉือนชนะทีมจากลีกทูอย่าง ครอว์ลีย์ ทาวน์ มาได้ อีกทั้งยังมีปัญหาขุมกำลังในแนวรับที่มีเซนเตอร์แบ็กซีเนียร์พร้อมใช้งานเพียงแค่ 2 คนเท่านั้น
ตรงกันข้ามกับผู้มาเยือนอย่าง "นักบุญแดนใต้" เซาแธมป์ตัน ของกุนซือ ทอนด้า เอคเคิร์ต ที่รักษามาตรฐานความยอดเยี่ยมต่อเนื่องมาจากซีซั่นก่อนที่เก็บได้ถึง 68 แต้ม จาก 33 นัด โดยฟอร์มช่วงซัมเมอร์ร้อนแรงสุดๆ คว้าชัยชนะรวดทั้ง 3 นัดในเกมปรีซีซั่น ก่อนจะบุกตบ โคลเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2-0 ในเกมบอลถ้วยอย่างสบายเท้า แม้พวกเขาจะถูกลงโทษ ตัด 4 คะแนน จากคดี สปายเกต แต่สิ่งนี้กลับกลายเป็นแรงกระตุ้นชั้นดีที่ทำให้ต้องเดินหน้าเก็บชัยชนะให้ได้โดยเร็ว ขุมกำลังแนวรุกมีตัวเลือกที่อันตรายและเฉียบคมอย่าง ไคล์ ลาริน และ ฟินน์ อาซาซ ที่พร้อมลงปิดบัญชี เมื่อประเมินความพร้อมและระบบการเล่นแล้ว ทีมเยือนดูเหนือกว่าชัดเจน และน่าจะบุกมาเบียดคว้าสามแต้มประเดิมฤดูกาลไปได้สำเร็จ
คาดการณ์สกอร์ : วัตฟอร์ด 1-2 เซาแธมป์ตัน
ข้อมูลที่น่าสนใจ
เซาแธมป์ตัน ชนะ : "นักบุญแดนใต้" อยู่ในช่วงที่ฟอร์มกำลังเข้าฝักสุดๆ เก็บชัยชนะมาได้ตลอด 4 นัดหลังสุด รวมทุกรายการนับตั้งแต่ช่วงปรีซีซั่น อีกทั้งยังมีความมุ่งมั่นสูงที่จะเก็บสามแต้มเพื่อลบล้างโทษ ตัด 4 คะแนน ขณะที่เจ้าบ้าน วัตฟอร์ด ยังมีปัญหาเกมรับที่มีเซนเตอร์แบ็กชุดใหญ่พร้อมใช้เพียง 2 ราย และระบบทีมเพิ่งเริ่มปรับจูนกับกุนซือใหม่
สกอร์สูง/ต่ำ (Over/Under 2.5 Goals) : สูง : แนวรุกของ เซาแธมป์ตัน มีความหลากหลายและอันตรายรอบด้าน นำโดย ไคล์ ลาริน และ ลูอิส ด็อบบิน ขณะที่ วัตฟอร์ด ลงเล่นในบ้านย่อมเปิดเกมแลกเพื่อหวังประเดิมแต้ม อีกทั้งแนวรับเจ้าถิ่นยังมีช่องโหว่จากการขาดตัวเลือก จึงมีโอกาสสูงที่จะมีการทำประตูรวมกันมากกว่าสองลูก
Both Teams to Score (BTTS) : YES : วัตฟอร์ด ได้เปรียบจากเสียงเชียร์ในถิ่น วิคาเรจ โร้ด และมีตัวรุกพลังหนุ่มอย่าง ลูก้า เคเยอร์รุมการ์ด และ ร็อคโค่ วาต้า คอยป่วน ส่วน เซาแธมป์ตัน มีศักยภาพเกมรุกระดับหัวแถวของลีก จึงเชื่อว่าทั้งสองทีมต่างมีโอกาสเจาะตาข่ายของกันและกันได้
ทีมได้ประตูแรก : เซาแธมป์ตัน : ความต่อเนื่องและความลงตัวในระบบการเล่นของลูกทีม ทอนด้า เอคเคิร์ต ดูมีความพร้อมและเข้าขากันมากกว่าตั้งแต่เสียงนกหวีดแรก ทำให้มีโอกาสสูงที่จะเป็นฝ่ายเปิดเกมรุกกดดันและชิงทำประตูขึ้นนำได้ก่อน
