
"รูเบน อโมริม" คุมทัพ "ปีศาจ แดง-ดำ" ผ่าตัดใหญ่บุกรัง "กระทิงหิน" ยุคใหม่ของ "อินยาซิโอ อบาเต้" ดวลทีมเก่า
กัลโช่ เซเรียอา อิตาลี | โตริโน่ VS เอซี มิลาน | เกมนัดที่ 1 | วันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม 2026
พรีวิว
หลังจากเผชิญกับช่วงเวลาที่ฟอร์มดิ่งอย่างหนักในช่วงท้ายฤดูกาลที่ผ่านมา เอซี มิลาน ต้องเริ่มต้นภารกิจสร้างทีมใหม่ภายใต้การนำทัพของกุนซือคนใหม่ โดยเกมนัดเปิดสนามศึก กัลโช่ เซเรียอา อิตาลี ซีซั่นนี้จะต้องยกพลบุกเยือน โตริโน่ ในช่วงค่ำวันอาทิตย์นี้ ซึ่งถือเป็นช่วงซัมเมอร์แห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในฝั่งสีแดง-ดำของเมืองมิลาน และลูกทีมโฉมใหม่ของ รูเบน อโมริม ต่างมุ่งมั่นที่จะโชว์ฟอร์มสร้างความประทับใจให้ได้ในการบุกมาเยือนเมืองตูริน
แมตซ์ พรีวิว
โตริโน่
แม้ว่า โตริโน่ จะปราชัยต่อ เอซี มิลาน เพียงแค่ 2 จาก 13 นัดหลังสุดยามเปิดบ้านรับมือคู่แข่งรายนี้ ทว่าหนึ่งในนั้นคือความพ่ายแพ้ยับเยิน 0-7 และอีกหนึ่งนัดคือเกมสุดดราม่าที่พ่ายไป 3-2 เมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว โดยก่อนที่ โรแบร์โต้ ดาแวร์ซ่า จะเข้ามารับตำแหน่งกุนซือขัดตาทัพในเวลาต่อมา ทัพ "กระทิงหิน" เคยมีสถิติเกมเหย้าที่ย่ำแย่ แต่เขาก็สามารถพลิกสถานการณ์และพาทีมรอดพ้นการตกชั้นได้สำเร็จ ด้วยผลงานไร้พ่ายในรังเหย้า 6 นัดสุดท้ายที่สนาม สตาดิโอ โอลิมปิโก กรานเด เก็บได้ถึง 14 คะแนน และยิงได้อย่างน้อย 2 ประตูในทุกนัด ซึ่งรวมถึงการยันเสมอคู่ปรับร่วมเมืองอย่าง ยูเวนตุส ในเกมนัดปิดฤดูกาล ส่งผลให้ทีมจบอันดับที่ 12 ของตารางคะแนน ทว่าหลังจากนั้นอดีตกุนซือได้อำลาทีมไป ทำให้ อินยาซิโอ อบาเต้ นายใหญ่คนใหม่ต้องเข้ามารับภารกิจขันแนวรับที่มีสถิติแย่เป็นอันดับสองของลีกเมื่อซีซั่นก่อน โดยหลังจากเอาชนะ เบิร์นลีย์ ในช่วงต้นเดือนสิงหาคม ทีมของเขาก็คว้าชัยเหนือ วาโด้ และ อเวลลิโน่ ในเกมอุ่นเครื่อง ก่อนจะเปิดรังเอาชนะ คาร์ราเรเซ่ ในศึก โคปปา อิตาเลีย รอบแรก ตีตั๋วผ่านเข้าไปพบกับ มอนซ่า ต่อไป โดยอดีตแข้งมิลานจะต้องคุมทีมลงประเดิมสนามดวลกับทีมเก่าของตัวเองทันทีในเกมเปิดหัวลีกสูงสุด
เอซี มิลาน
ไม่นานหลังจากความสุขในการเอาชนะคู่ปรับร่วมเมืองอย่าง อินเตอร์ มิลาน แบบไปกลับเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2011 ฤดูกาล 2025-26 ของ เอซี มิลาน กลับพังทลายลงอย่างสิ้นเชิง ขณะที่คู่ปรับตลอดกาลเดินหน้าคว้าแชมป์สคูเด็ตโต้ไปครองอย่างง่ายดาย โดยความพ่ายแพ้ถึง 6 จาก 10 นัดสุดท้ายในลีกทำให้ทัพ "ปีศาจ แดง-ดำ" หลุดจากพื้นที่ไปเล่นศึก แชมเปี้ยนส์ ลีก จนนำไปสู่การผ่าตัดโครงสร้างฝ่ายบริหารและแยกทางกับ มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี หลังคุมทีมคำรบสองได้เพียงปีเดียว ก่อนจะดึงตัว รูเบน อโมริม อดีตผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เข้ามากู้วิกฤต ซึ่งกุนซือชาวโปรตุกีสเริ่มต้นด้วยการเสมอ เซลติก 2-2, เจ๊า อินเตอร์ มิลาน ในประเทศ ออสเตรเลีย, พ่าย เชลซี และเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยใช้เกมอุ่นเครื่องเหล่านี้ในการปรับระบบแท็กติกและผสมผสานผู้เล่นใหม่อย่าง กอนซาโล่ รามอส ทั้งนี้ แม้จะมีฟอร์มที่ตกลงไปเมื่อซีซั่นก่อน แต่พวกเขากลับมีสถิติเกมนอกบ้านที่ยอดเยี่ยมด้วยการชนะถึง 11 จาก 19 นัดในลีก ซึ่งรวมถึงการพลิกนรกแซงชนะที่ตูริน 3-2 ทำให้กุนซือคนใหม่หวังจะพาทีมคว้าผลการแข่งขันที่ยอดเยี่ยมเช่นเดิมในสุดสัปดาห์นี้
สภาพความพร้อมของทีม
โตริโน่
กุนซือ อินยาซิโอ อบาเต้ เตรียมจัดทัพในระบบ 3-4-2-1 ดวลกับทีมเก่า โดยมี เคียน ฟิตซ์-จิม อดีตกองกลางของ อาแจ็กซ์ และ เอราย โคเมิร์ต ปราการหลังทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ พร้อมลงประเดิมสนามใน กัลโช่ เซเรียอา อิตาลี ขณะที่ อเลสซิโอ คัชชามานี่ วิงแบ็กทีมชาติอิตาลีรุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี พร้อมเป็นตัวเลือกหลังทำผลงานยอดเยี่ยมในการยืมตัวกับ ยูเว่ สตาเบีย ส่วนแดนหน้า โจวานนี่ ซิเมโอเน่ ดาวซัลโวประจำทีม 11 ประตูเมื่อซีซั่นก่อน พร้อมลงแย่งตำแหน่งตัวจริงกับ เช อดัมส์, ซานโดร คูเลโนวิช และ ดูวาน ซาปาต้า ที่ยังต้องรอเช็คความฟิต
เอซี มิลาน
เอซี มิลาน พร้อมส่งบรรดาแข้งใหม่อย่าง ดีเอโก้ โมเรร่า, มาริโอ กีล่า และ กอนซาโล่ รามอส ลงประเดิมสนามอย่างเป็นทางการ โดยเฉพาะกองหน้าทีมชาติโปรตุเกสเจ้าของสถิติค่าตัวสโมสรที่ย้ายมาจาก ปารีส แซงต์-แชร์กแมง พร้อมออกสตาร์ตตัวจริงล่าตาข่ายแทน คริสโตเฟอร์ เอ็นคุนคู และ ซานติ ฮิเมเนซ ที่ยังมีปัญหาอาการบาดเจ็บ ขณะที่ ราฟาเอล เลเอา ดาวซัลโวของทีมเมื่อซีซั่นก่อนที่ซัดไป 9 ประตู มีปัญหาเจ็บกล้ามเนื้อรบกวนและอาจไม่ได้มีส่วนร่วมเนื่องจากมีข่าวย้ายทีม ส่วนแดนกลางวางจอมเก๋าอย่าง ลูก้า โมดริช ที่เพิ่งต่อสัญญาเพิ่มอีกปี ลงบัญชาการเกมร่วมกับ อาเดรียง ราบิโอต์ ภายใต้ระบบ 3-4-2-1
คาดการณ์ผู้เล่น
โตริโน่ : มัสการ์ดี้; โคมุซโซ่, โคเมิร์ต, โคโค่; พีเดอร์เซ่น, ฟิตซ์-จิม, จิไนติส, คัชชามานี่; วลาชิช, คาซาเดอิ; ซิเมโอเน่
เอซี มิลาน : เมนญ็อง; เดอ วินเทอร์, กีล่า, พาฟโลวิช; ชุควูเอเซ่, โมดริช, ราบิโอต์, บาร์เตซากี้; ลอฟตัส-ชีค, ซาเลอมาแกร์ส; รามอส
วิเคราะห์คาดการณ์
โตริโน่ ภายใต้การนำทัพของกุนซือใหม่อย่าง อินยาซิโอ อบาเต้ มุ่งมั่นที่จะสร้างผลงานต่อหน้าแฟนบอลในบ้าน ซึ่งสถิติช่วงท้ายซีซั่นก่อนในสนาม สตาดิโอ โอลิมปิโก กรานเด ถือว่าทำได้ดีไม่แพ้ใครมา 6 นัดติด อีกทั้งยังมีตัวจบสกอร์ตัวเก่งอย่าง โจวานนี่ ซิเมโอเน่ นำทัพแดนหน้า ทว่าปัญหาสำคัญคือเกมรับที่มีความเปราะบางและเสียประตูง่ายเป็นอันดับสองของลีกเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ซึ่งยังต้องใช้เวลาในการปรับจูนกับแนวรับใหม่อย่าง เอราย โคเมิร์ต ขณะที่ เอซี มิลาน ในยุคใหม่ของ รูเบน อโมริม มีการยกระดับคุณภาพทีมขึ้นมาอย่างชัดเจน แม้ว่าจะขาด ซานติ ฮิเมเนซ และต้องรอเช็คสถานการณ์ของ ราฟาเอล เลเอา แต่การได้ตัวจบสกอร์ระดับโลกอย่าง กอนซาโล่ รามอส มายืนหน้าเป้า ผนึกกำลังกับความเก๋าเกมของ ลูก้า โมดริช และ อาเดรียง ราบิโอต์ ในแดนกลาง ทำให้โครงสร้างทีมมีความสมดุลและอันตรายกว่ามาก ยิ่งไปกว่านั้น ทัพ "ปีศาจ แดง-ดำ" ยังมีสถิติเกมนอกบ้านที่แข็งแกร่งชนะถึง 11 นัดเมื่อซีซั่นก่อน รวมถึงเคยบุกมาคว้าชัยถึงถิ่นแห่งนี้ เมื่อเทียบแท็กติก ศักยภาพขุมกำลัง และความเด็ดขาดในจังหวะสุดท้ายแล้ว เชื่อมั่นว่าทีมเยือนจะสามารถครองเกมและบุกมาเฉือนคว้าสามแต้มประเดิมสนามได้อย่างสุดมัน
คาดการณ์สกอร์ : โตริโน่ 1-2 เอซี มิลาน
ข้อมูลที่น่าสนใจ
เอซี มิลาน ชนะ : ทัพ "ปีศาจ แดง-ดำ" มีสถิติเกมเยือนในลีกที่ยอดเยี่ยมชนะถึง 11 จาก 19 นัดเมื่อซีซั่นก่อน และบุกมาเอาชนะที่สังเวียนแห่งนี้ได้ในเกมลีกนัดล่าสุด
สกอร์สูง/ต่ำ (Over/Under 2.5 Goals) : สูง : สถิติการเจอกันที่สนามแห่งนี้เมื่อฤดูกาลก่อนยิงรวมกันถึง 5 ประตู และเจ้าถิ่นมีสถิติยิงในบ้านได้อย่างน้อย 2 ลูกมาตลอด 6 นัดหลังสุด
Both Teams to Score (BTTS) - YES : ขุนพล "กระทิงหิน" มี โจวานนี่ ซิเมโอเน่ ที่เล่นในบ้านได้อันตราย ขณะที่ทีมเยือนมีเกมรุกนำโดย กอนซาโล่ รามอส ที่พร้อมเจาะตาข่าย
เอซี มิลาน ได้ประตูแรก : แดนกลางของทีมเยือนที่มี ลูก้า โมดริช คุมจังหวะเกมมีความแน่นอนกว่า จึงน่าจะช่วยให้ทีมเปิดเกมรุกกดดันและชิงทำประตูขึ้นนำไปได้ก่อน
