หน้าแรก ย้อนกลับ ขึ้นบน ติดต่อเรา
X
ชื่อแบนเนอร์
X
ชื่อแบนเนอร์
X
ชื่อแบนเนอร์
X
ชื่อแบนเนอร์
X
ชื่อแบนเนอร์
X
ชื่อแบนเนอร์
X
ชื่อแบนเนอร์
X
ชื่อแบนเนอร์
โปรแกรมบอล

วิเคราะห์บอล [ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2026-27 ] นิวคาสเซิ่ล VS ลิเวอร์พูล

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ (Premier League)

โพสต์โดย : Admin | 2026-08-23 16:31:52 | เข้าชม 140 ครั้ง
นิวคาสเซิ่ล
วิเคราะห์บอลคืนนี้
VS
2026-08-23
เวลา 22:30:00
ลิเวอร์พูล
วิเคราะห์บอลคืนนี้
นิวคาสเซิ่ล (76%) คนโหวต 28 คน
ลิเวอร์พูล (24%) คนโหวต 9 คน

ยิงกันกระหน่ำ! 🔥 (25%) คนโหวต 16 คน
รอจนรากงอก! 😅 (75%) คนโหวต 47 คน

วิเคราะห์บอล

"แมตเธียส ยายส์เล่" ประเดิมคุมทัพ "สาลิกาดง" ปรับแหลกเปิดรังดวลเดือด "หงส์แดง" ยุคใหม่ของ "อันโดนี่ อิราโอล่า"

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ | นิวคาสเซิ่ล VS ลิเวอร์พูล | เกมนัดที่ 1 | วันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม 2026

พรีวิว

ยุคใหม่ของสองสโมสรใหญ่แห่งแดนเหนือพร้อมเปิดฉากขึ้นในช่วงบ่ายวันอาทิตย์นี้ เมื่อ นิวคาสเซิ่ล ภายใต้การนำทัพของกุนซือใหม่อย่าง แมตเธียส ยายส์เล่ เตรียมเปิดสนาม เซนต์ เจมส์ พาร์ค ต้อนรับการมาเยือนของ ลิเวอร์พูล ในยุคของ อันโดนี่ อิราโอล่า ในเกมนัดเปิดสนามของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2026-27 โดยทัพ "สาลิกาดง" ปิดฉากช่วงปรีซีซั่นด้วยผลงานไม่น่าประทับใจหลังไม่ชนะใคร 3 นัดติดต่อกัน ขณะที่ทัพ "หงส์แดง" เรียกความมั่นใจด้วยการโชว์ฟอร์มคุมเกมเอาชนะ โคโม่ 2-0

 

แมตซ์ พรีวิว

นิวคาสเซิ่ล

นิวคาสเซิ่ล ต้องเผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลงนอกสนามครั้งใหญ่ในช่วงซัมเมอร์นี้ หลังจากพวกเขาไม่มีทั้ง เอ็ดดี้ ฮาว, ซานโดร โตนาลี, บรูโน่ กิมาไรส์ และ แอนโธนี่ กอร์ดอน อยู่กับทีมอีกต่อไปหลังผ่านฤดูกาล 2025-26 ที่เต็มไปด้วยปัญหา แม้การเทกโอเวอร์ระดับมหาศาลเมื่อปี 2021 จะเคยสร้างความหวังในการก้าวขึ้นมาเป็นมหาอำนาจลูกหนัง แต่แฟนบอลในถิ่น เซนต์ เจมส์ พาร์ค กลับต้องเห็นทีมรักจบอันดับย่ำแย่ที่สุดในรอบทศวรรษ ด้วยการรูดลงไปจบอันดับ 12 ใน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ซีซั่น 2020-21 ทำให้สโมสรต้องดึงตัวกุนซือวัย 38 ปีอย่าง แมตเธียส ยายส์เล่ เจ้าของแชมป์ 6 รายการจาก เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก และ อัล-อาห์ลี เข้ามารับงาน โดยหลังจากแพ้ บริสตอล ซิตี้ 4-1 ก่อนกุนซือชาวเยอรมันจะเข้ามา ผลงานช่วงปรีซีซั่นของพวกเขามีทั้งเฉือนชนะ บาเลนเซีย, พ่ายต่อ เอฟเวอร์ตัน และ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ก่อนจะเสมอ สตราส์บูร์ก ซึ่งพวกเขายิงได้และเสียประตูในทั้ง 4 นัด สอดคล้องกับสถิติในลีกที่พวกเขายิงได้และเสียประตูในเกมเหย้า 7 นัดติดต่อกัน อย่างไรก็ดี เจ้าบ้านไม่แพ้ใครในเกมนัดเปิดสนามมา 4 ฤดูกาลติด ขณะที่กุนซือป้ายแดงมีสถิติชนะเกมนัดประเดิมสนามตลอดการคุม 3 สโมสรที่ผ่านมา

 

ลิเวอร์พูล

ทางฝั่ง อันโดนี่ อิราโอล่า แม้จะมีสถิติชนะเพียงเกมเดียวจาก 4 นัดในการประเดิมคุมทีมนัดแรกกับ บอร์นมัธ, ราโย บาเยกาโน่, มิรันเดส และ เออีเค ลาร์นาก้า แต่เขาก็ไม่เคยพบกับความพ่ายแพ้เลยแม้แต่นัดเดียว โดยกุนซือชาวสเปนสามารถชนะใจแฟนบอลในถิ่นแอนฟิลด์ได้ตั้งแต่ก่อนเข้ารับตำแหน่งต่อจาก อาร์เน่อ สล็อต ท่ามกลางความคาดหวังที่จะนำสไตล์การเล่นที่ดุดันและเข้มข้นเหมือนในยุคทองของ เจอร์เก้น คล็อปป์ กลับคืนมา ซึ่งสไตล์การเล่นดังกล่าวเห็นได้ชัดในช่วงปรีซีซั่นที่เกมของทีมยิงรวมกันถึง 20 ประตูจาก 6 นัด เฉลี่ยมากกว่า 3 ประตูต่อเกม ก่อนจะปิดท้ายด้วยการเก็บคลีนชีต 2 นัดติดหลังเสียไปถึง 9 ลูกใน 4 เกมแรก นอกจากนี้ ทัพ "หงส์แดง" ยังมีสถิติไร้พ่ายในเกมนัดเปิดสนาม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยาวนานถึง 13 ฤดูกาลติดต่อกัน อีกทั้งกุนซือคนใหม่ยังมีสถิติไร้พ่ายในลีก 18 นัดติดมาจากสโมสรเดิม ยิ่งไปกว่านั้น เขายังไม่เคยแพ้ต่อ นิวคาสเซิ่ล บนลีกสูงสุดเลย (ชนะ 3 เสมอ 3) และการพบกันที่สนามแห่งนี้เมื่อฤดูกาลที่แล้ว พวกเขาก็บุกมาเฉือนชนะสุดระทึก 3-2

 

สภาพความพร้อมของทีม

นิวคาสเซิ่ล

นิวคาสเซิ่ล เจอปัญหาในแดนกลางอย่างหนักเมื่อกุนซือ แมตเธียส ยายส์เล่ ยืนยันว่า โจเอลินตอน ต้องพักรักษาตัว 2-3 สัปดาห์จากอาการบาดเจ็บขาหนีบ ทำให้สองแข้งใหม่อย่าง ฌอน สตอยร์ หรือ อัลฮัดจิ บัมบา มีโอกาสลงประเดิมสนามเป็นตัวจริง ขณะที่ ติโน่ ลิฟราเมนโต้ ยังไม่หายจากอาการเจ็บกล้ามเนื้อน่องที่ทำให้ชวดไปลุย ฟุตบอลโลก กับทีมชาติ อังกฤษ ส่งผลให้ อมาร์ เดดิช จะได้ลงทำหน้าที่แทน ส่วนตำแหน่งผู้รักษาประตูพร้อมส่ง ลูคัส ฮอร์นิเช็ค ลงเฝ้าเสาตัวจริงในลีกนัดแรก โดยมี โยอัน วิสซ่า ประจำการในตำแหน่งหมายเลข 10 ปั้นเกมอยู่ด้านหลัง วิลเลี่ยม โอซูล่า หรือ นิค โวลเตมาเด้อ

 

ลิเวอร์พูล

ลิเวอร์พูล ยังคงไร้เงาของผู้เล่นที่พักยาวอย่าง คอนอร์ แบรดลี่ย์ (เข่า), โจวานนี่ เลโอนี่ (เข่า) และ อูโก้ เอกิติเก้ (เอ็นร้อยหวาย) รวมถึง โจ โกเมซ ที่เจ็บกล้ามเนื้อมาจากช่วงปรีซีซั่น ด้าน เคอร์ติส โจนส์ มีปัญหาเจ็บบริเวณสะโพกและกำลังเตรียมย้ายไปร่วมทีม อินเตอร์ มิลาน ด้วยค่าตัว 30 ล้านปอนด์ ขณะที่ อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ เพิ่งกลับมารายงานตัวหลังผ่านศึกรอบชิงชนะเลิศ ฟุตบอลโลก ทำให้คู่กลางจะเป็นหน้าที่ของ ไรอัน กราเฟนแบร์ก และ โดมินิก โซโบสไล ส่วนแนวรุกวางดาวรุ่งอย่าง ริโอ เอ็นกูโมฮา ลงทำหน้าที่แทน โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ชั่วคราว โดยมี อเล็กซานเดอร์ อิซัค ยืนค้ำหน้าเป้าดวลทีมเก่า

 

คาดการณ์ผู้เล่น

นิวคาสเซิ่ล : ฮอร์นิเช็ค; เดดิช, เธียว, บ็อตมัน, ฮอลล์; แรมซีย์, สตอยร์; อีลังก้า, วิสซ่า, บาร์นส์; โอซูล่า

ลิเวอร์พูล : อลิสซอน; ฟริมปง, ฌาคเกต์, ฟาน ไดจ์ค, เคอร์เคซ; กราเฟนแบร์ก, โซโบสไล; เอ็นกูโมฮา, เวียร์ตซ์, กัคโป; อิซัค

 

วิเคราะห์คาดการณ์

นิวคาสเซิ่ล ภายใต้การประเดิมคุมทีมนัดแรกของ แมตเธียส ยายส์เล่ ต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายครั้งใหญ่หลังเสียแกนหลักอย่าง บรูโน่ กิมาไรส์, ซานโดร โตนาลี และ แอนโธนี่ กอร์ดอน ออกไป ซ้ำยังมีปัญหานักเตะบาดเจ็บเมื่อต้องขาด โจเอลินตอน และ ติโน่ ลิฟราเมนโต้ ทำให้แดนกลางและแนวรับต้องส่งนักเตะใหม่อย่าง ฌอน สตอยร์ และ อมาร์ เดดิช ลงเล่นร่วมกับนายทวารใหม่อย่าง ลูคัส ฮอร์นิเช็ค ซึ่งต้องการเวลาในการปรับจูน แม้ว่าแนวรุกจะมี โยอัน วิสซ่า, ฮาร์วีย์ บาร์นส์ และ แอนโธนี่ อีลังก้า คอยสร้างความปั่นป่วนในถิ่น เซนต์ เจมส์ พาร์ค ขณะที่ ลิเวอร์พูล ในยุคของ อันโดนี่ อิราโอล่า กำลังมีความมั่นใจอย่างมากหลังปรับสไตล์การเล่นมาเป็นแบบเพรสซิ่งดุดันและจบปรีซีซั่นได้อย่างสวยหรู แม้ว่าจะขาด คอนอร์ แบรดลี่ย์, โจ โกเมซ, อูโก้ เอกิติเก้ และต้องรอความฟิตของ อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ แต่ขุมกำลังส่วนอื่นถือว่าจัดจ้านและลงตัวอย่างยิ่ง นำโดย โดมินิก โซโบสไล, โฟลเรียน เวียร์ตซ์, โกดี้ กัคโป และศูนย์หน้าตัวอันตรายอย่าง อเล็กซานเดอร์ อิซัค ยิ่งไปกว่านั้น ทัพ "หงส์แดง" ยังมีสถิติไร้พ่ายในเกมนัดเปิดสนามลีกถึง 13 ฤดูกาลติดต่อกัน อีกทั้งกุนซือใหม่ก็ไม่เคยคุมทีมแพ้เจ้าถิ่นรายนี้เลยตลอดการดวลกันบนลีกสูงสุด เมื่อเทียบคุณภาพทีม ระบบการเล่น และทีเด็ดในแนวรุกแล้ว เชื่อว่าทีมเยือนจะสามารถบุกมาบดขยี้และคว้าชัยชนะเก็บสามแต้มประเดิมสนามได้อย่างแน่นอน

 

คาดการณ์สกอร์ : นิวคาสเซิ่ล 1-2 ลิเวอร์พูล

 

ข้อมูลที่น่าสนใจ

ลิเวอร์พูล ชนะ : ทัพ "หงส์แดง" มีสถิติไร้พ่ายในเกมนัดเปิดสนามลีกยาวนาน 13 ปีติด และกุนซือคนใหม่ไม่เคยคุมทีมแพ้ นิวคาสเซิ่ล บนลีกสูงสุด

สกอร์สูง/ต่ำ (Over/Under 2.5 Goals) : สูง : เจ้าบ้านมีสถิติทั้งยิงได้และเสียประตูในรังเหย้า 7 นัดติด ขณะที่ทีมเยือนยิงรวมกันถึง 20 ประตูในช่วงปรีซีซั่น ทำให้มีโอกาสเกิดสกอร์รวมเกินสองลูก

Both Teams to Score (BTTS) - YES : ขุนพล "สาลิกาดง" ยิงประตูและเสียประตูในเกมอุ่นเครื่องทุกนัด ส่วนทีมเยือนมีเกมรุกที่จัดจ้านแต่แนวรับยังมีช่องโหว่ทำให้มีโอกาสยิงได้ทั้งสองฝั่ง

ลิเวอร์พูล ได้ประตูแรก : สไตล์การเล่นแบบเพรสซิ่งดุดันของทีมเยือนที่นำโดย โฟลเรียน เวียร์ตซ์ และ อเล็กซานเดอร์ อิซัค จะช่วยให้พวกเขาเปิดฉากกดดันและชิงทำประตูขึ้นนำไปได้ก่อน

วิเคราะห์บอลคืนนี้
วิเคราะห์บอลคืนนี้
วิเคราะห์บอลคืนนี้
Logo