
ล่าสถิติชนะรวดทาบตำนาน! "เรือใบสีฟ้า" หลังบ้านเหล็กฟูลทีมเปิดรังล้างตา ดักขย้ำ "แมวดำ" แข้งล้าเกมเยือนบู่
พรีเมียร์ลีก อังกฤษ | แมนฯ ซิตี้ VS ซันเดอร์แลนด์ | เกมนัดที่ 5 | วันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน 2026
พรีวิว
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เตรียมเปิดสังเวียน เอติฮัด สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยือนของ ซันเดอร์แลนด์ ในช่วงบ่ายวันอาทิตย์นี้ โดยมีเป้าหมายในการเก็บชัยชนะ 5 นัดรวดร้อยเปอร์เซ็นต์เต็มในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ซึ่งทัพ "เรือใบสีฟ้า" เพิ่งโชว์ฟอร์มโหดไล่ถล่ม นอริช ซิตี้ ขาดลอยห้าประตูในศึก อีเอฟแอล คัพ เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา เพียงหนึ่งวันหลังจากพลพรรค "แมวดำ" เพิ่งลงเล่นและเฉือนคว้าชัยชนะนัดประวัติศาสตร์ในศึก ยูโรปา ลีก เหนือ อาแซด อัลค์มาร์
แมตซ์ พรีวิว
แมนเชสเตอร์ ซิตี้
กุนซือ เอ็นโซ่ มาเรสก้า กำลังมีความสุขอย่างยิ่งกับการคุมทัพ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หลังพาทีมใหม่เดินหน้ากวาดชัยชนะ 6 นัดติดต่อกันรวมทุกรายการ โดยกระหน่ำไปถึง 15 ประตู และเก็บคลีนชีตได้ตลอดสี่เกมหลังสุด ซึ่งในเกมเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ทัพ "เรือใบสีฟ้า" ส่งผู้เล่นสำรองหลายตำแหน่งลงสนามแต่ยังคงไล่ต้อนทีมจากเดอะ แชมเปี้ยนชิพอย่าง นอริช ซิตี้ ไปถึง 5-0 ที่สนาม เอติฮัด สเตเดี้ยม โดยมี ฟลอยด์ แซมบ้า กองหน้าดาวรุ่งวัย 17 ปี ลูกชายของ คริสโตเฟอร์ แซมบ้า อดีตปราการหลังชื่อดัง ขโมยซีนด้วยการเหมาสองประตูในเกมนัดประเดิมสนามตัวจริง ขณะที่ผลงานในลีกเกมก่อนหน้านี้ พวกเขาเพิ่งเฉือนชนะคู่ปรับร่วมเมืองอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในศึกดาร์บี้แมตช์ แม้ว่าจะมีประเด็นดราม่าเรื่องการตัดสินของ วีเออาร์ ในจังหวะยิงประตูชัยของ เออร์ลิง ฮาลันด์ แต่กุนซือใหญ่ยืนยันว่าฟอร์มอันยอดเยี่ยมของลูกทีมที่เหลือผู้เล่นสิบคนนานกว่าหนึ่งชั่วโมงไม่ควรถูกบดบัง ปัจจุบันพวกเขารั้งตำแหน่งจ่าฝูงร่วมกับแชมป์เก่าอย่าง อาร์เซน่อล และปราชัยเพียงแค่สองนัดเท่านั้นจากการลงสนาม 30 นัดหลังสุดใน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ (ชนะ 20 เสมอ 8) พร้อมลุ้นคว้าชัยห้านัดแรกของฤดูกาลเป็นครั้งที่ห้าในประวัติศาสตร์สโมสร ยิ่งไปกว่านั้น ทัพ "เรือใบสีฟ้า" ยังมีสถิติไร้พ่ายตลอด 14 นัดเหย้าในลีกยามรับมือ ซันเดอร์แลนด์ (ชนะ 12 เสมอ 2) โดยความพ่ายแพ้ในบ้านครั้งล่าสุดต้องย้อนไปถึงเดือนมกราคมปี 1998 ที่สนาม เมน โร้ด ขณะที่ตัวของ เอ็นโซ่ มาเรสก้า มีลุ้นกลายเป็นผู้จัดการทีมคนที่หกในประวัติศาสตร์ลีกสูงสุดที่คว้าชัยชนะครบทั้งห้าเกมแรกที่เข้ามารับตำแหน่ง ต่อจาก คาร์โล อันเชล็อตติ, เป๊ป กวาร์ดิโอล่า, เคร็ก เชกสเปียร์, เมาริซิโอ ซาร์รี่ และ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา
ซันเดอร์แลนด์
การกลับไปโลดแล่นในฟุตบอลสโมสรยุโรปเป็นครั้งแรกในรอบ 53 ปีของพลพรรค "แมวดำ" จบลงด้วยความทรงจำอันยอดเยี่ยม หลังเปิดรัง สเตเดี้ยม ออฟ ไลต์ เฉือนชนะ อาแซด อัลค์มาร์ 1-0 ในเกมนัดเปิดหัวศึก ยูโรปา ลีก เมื่อคืนวันพุธ โดย เอ็นโซ่ เลอ ฟี แก้ตัวจากการยิงจุดโทษพลาดในเกมลีกที่พ่าย อาร์เซน่อล 0-2 ด้วยการซัดจุดโทษเป็นประตูชัยในครึ่งเวลาหลัง ช่วยให้ทีมคว้าชัยชนะในบ้านด้วยสกอร์ 1-0 เป็นนัดที่สามติดต่อกันในซีซั่นนี้ หลังเคยปราบทั้ง ฟูแล่ม และ ฮัลล์ ซิตี้ มาด้วยสกอร์เดียวกัน ทว่ากุนซือ เรจิส เลอ บริส ยอมรับว่านักเตะของเขามีอาการอ่อนล้าอย่างเห็นได้ชัดจากการกรำศึกหนัก แต่ก็ภูมิใจในหัวใจและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของลูกทีมที่สู้เพื่อแฟนบอล หลังเพิ่งเล่นอยู่ในลีกวันเมื่อห้าปีก่อน อย่างไรก็ตาม เมื่อกลับมาสู่เกมลีก ซันเดอร์แลนด์ เก็บได้เพียง 4 แต้มจากสี่นัดแรก (ชนะ 1 เสมอ 1 แพ้ 2) และยังสะกดคำว่าชนะไม่เป็นในเกมนอกบ้านซีซั่นนี้ ซึ่งหากทำแต้มหลุดมือในเกมนี้จะกลายเป็นการไม่ชนะเกมนอกรังสามนัดติดเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนมกราคม อีกทั้งสถิติการมาเยือนสนาม เอติฮัด สเตเดี้ยม พวกเขาไม่เคยคว้าชัยชนะได้เลย โดยเคยบุกมาพ่าย 0-3 เมื่อเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา ซ้ำร้ายยังไม่เคยเอาชนะคู่แข่งที่รั้งสองอันดับแรกของตารางคะแนนได้เลยตลอด 17 นัดหลังสุดในลีก (เสมอ 4 แพ้ 13)
สภาพความพร้อมของทีม
แมนเชสเตอร์ ซิตี้
เจ้าบ้านจะหมดสิทธิ์ใช้งาน ฟิล โฟเด้น ที่ต้องชดใช้โทษแบนเป็นนัดที่สองจากสามเกมหลังโดนใบแดงในเกมดาร์บี้แมตช์ แต่ข่าวดีคือ เฌเรมี่ โดกู มีโอกาสกลับมามีชื่อช่วยทีมหลังจากพลาดลงเล่นไปหกเกมเนื่องจากปัญหาเจ็บบริเวณน่อง แม้คาดว่าจะยังไม่พร้อมออกสตาร์ทตัวจริง ทำให้ริมเส้นน่าจะเป็นโอกาสของ อิลิมาน เอ็นดิอาย และ อองตวน เซเมนโย่ โดยกุนซือ เอ็นโซ่ มาเรสก้า เตรียมส่งบรรดาผู้เล่นชุดใหญ่ที่ได้พักกลับมาลงสนามพร้อมหน้า ทั้ง เอลเลียต แอนเดอร์สัน, เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ, มาร์ค เกฮี และ รูเบน ดิอาส ขณะที่แดนหน้า เออร์ลิง ฮาลันด์ จะกลับมาลงล่าตาข่ายตัวจริง โดยดาวยิงทีมชาตินอร์เวย์รายนี้มีแรงจูงใจเป็นพิเศษ เนื่องจาก ซันเดอร์แลนด์ เป็นเพียงสโมสรเดียวจาก 25 คู่แข่งในลีกสูงสุดที่เขายังไม่เคยเจาะตาข่ายได้ ซึ่งเป็นรอยด่างพร้อยเดียวหลังจากที่เขาสอยตาข่ายอีก 24 ทีมมาได้ครบถ้วน
ซันเดอร์แลนด์
ทีมเยือนต้องขาดสองแข้งเดี้ยงอย่าง ฮาบิบ ดิยาร์ร่า ที่เจ็บต้นขา และ โรแมง มันเดิล ที่เจ็บเข่า รวมถึงปราการหลังอย่าง เรยนิลโด้ มันดาวา ที่ติดโทษแบนจากการโดนใบแดงในเกมดวล อาร์เซน่อล ขณะที่ โอมาร์ อัลเดเรเต้ ที่มีปัญหาเจ็บกล้ามเนื้อมาจากเกมกลางสัปดาห์ยังต้องรอเช็คความฟิต โดยคาดว่า ดาเนียล บัลลาร์ด จะได้ลงทำหน้าที่แทนในตำแหน่งเซนเตอร์แบ็ก ส่วนแบ็กซ้ายเตรียมส่งแข้งใหม่อย่าง ดายันน์ เมธาลี ประเดิมสตาร์ทตัวจริงครั้งแรกในลีก ด้านแนวรุก นิลสัน อันกูโล่ มีลุ้นเบียดแย่งตำแหน่งตัวจริงคืนมาจาก มาลิค โฟฟาน่า ขณะที่หน้าเป้าคาดว่า ไบรอัน บร็อบบีย์ จะได้รับโอกาสลงเล่นแทน วิลสัน อิซิดอร์
คาดการณ์ผู้เล่น
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ : ดอนนารุมม่า; นูเนส, ดิอาส, เกฮี, กวาร์ดิโอล; แอนเดอร์สัน, เฟร์นานเดซ; เอ็นดิอาย, แชร์กี้, เซเมนโย่; ฮาลันด์
ซันเดอร์แลนด์ : รูฟส์; มูคิเอเล่, ดันโซ่, บัลลาร์ด, เมธาลี; ชาก้า, ซาดิกี้; เมอนิเยร์, เลอ ฟี, อันกูโล่; บร็อบบีย์
วิเคราะห์คาดการณ์
การโคจรมาประลองแข้งกันที่สนาม เอติฮัด สเตเดี้ยม ในแมตช์นี้ถือว่าเจ้าถิ่น แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กุมความได้เปรียบเหนือกว่าในทุกด้าน โดยลูกทีมของ เอ็นโซ่ มาเรสก้า กำลังอยู่ในช่วงมั่นใจสุดขีดหลังกวาดชัยชนะมา 6 นัดติดต่อกันในทุกรายการ มีเกมรับที่แข็งแกร่งไร้ที่ติไม่เสียประตูมาแล้วสี่เกมรวด อีกทั้งสภาพร่างกายยังสดกว่าอย่างเห็นได้ชัดหลังได้พักแกนหลักมาเกือบยกชุดในบอลถ้วยกลางสัปดาห์ ขณะที่เกมรุกมีความหลากหลายและอันตรายรอบทิศทาง นำโดย เออร์ลิง ฮาลันด์ ที่มีความกระหายเป็นพิเศษในการปลดล็อกพังประตูใส่ทีมเยือนให้ครบทุกสโมสรในลีก สวนทางกับผู้มาเยือนอย่าง ซันเดอร์แลนด์ ของกุนซือ เรจิส เลอ บริส ที่เพิ่งกรำศึกหนักในถ้วยยุโรปมาจนสภาพร่างกายมีอาการล้าอย่างหนัก ซ้ำร้ายยังต้องขาดผู้เล่นตัวหลักทั้ง ฮาบิบ ดิยาร์ร่า, โรแมง มันเดิล, เรยนิลโด้ มันดาวา ที่ติดโทษแบน และยังต้องรอเช็คความฟิตของ โอมาร์ อัลเดเรเต้ ในแนวรับ ยิ่งไปกว่านั้น สถิติการออกมาเล่นนอกบ้านของทัพ "แมวดำ" ในซีซั่นนี้ยังสะกดคำว่าชนะไม่เป็น และไม่เคยบุกมาชนะที่สังเวียนแห่งนี้ได้เลยตลอดประวัติศาสตร์ลีกสูงสุด เมื่อวัดกันที่ความฟิต คุณภาพตัวผู้เล่น และสถิติการพบกันที่เจ้าบ้านข่มมิด เชื่อมั่นว่าทัพ "เรือใบสีฟ้า" จะเดินหน้าเปิดเกมรุกไล่ต้อนและเอาชนะผู้มาเยือนไปได้อย่างขาดลอย
คาดการณ์สกอร์ : แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3-0 ซันเดอร์แลนด์
ข้อมูลที่น่าสนใจ
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนะ : ทัพ "เรือใบสีฟ้า" ชนะรวดมา 6 นัดในทุกรายการ และถือครองสถิติในบ้านสุดแกร่งยามรับมือ "แมวดำ" หลังไม่แพ้มา 14 นัดรวดในลีก สวนทางกับทีมเยือนที่กรำศึกหนักจนร่างกายล้าและยังไม่ชนะเกมนอกบ้านในซีซั่นนี้
สกอร์สูง/ต่ำ (Over/Under 2.5 Goals) : สูง : เจ้าบ้านมีขุมกำลังเกมรุกที่ดุดันกระหน่ำไปแล้วถึง 15 ประตูจากหกเกมหลังสุด ผสานกับความกระหายของ เออร์ลิง ฮาลันด์ ที่ต้องการทำสถิติยิงคู่แข่งให้ครบทุกทีม จึงมีโอกาสสูงที่จะยิงรวมกันเกินสองลูก
Both Teams to Score (BTTS) : ไม่ : แนวรับของเจ้าถิ่นกำลังเล่นได้อย่างเหนียวแน่นรักษาสถิติคลีนชีตมา 4 นัดติดต่อกัน ขณะที่ทีมเยือนมีอาการล้าและขาดตัวหลักในแนวรุก ทำให้ยากที่จะเจาะตาข่ายเจ้าบ้านได้
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้ประตูแรก : เจ้าถิ่นมีความสดของร่างกายและมักจะเดินหน้าโหมบุกเข้ากดดันคู่แข่งตั้งแต่เสียงนกหวีดเริ่มเกม ผสานกับความเฉียบคมของแนวรุกตัวเก่ง จึงน่าจะเป็นฝ่ายชิงจังหวะพังประตูขึ้นนำไปได้ก่อน
