
"ตราไก่" ยุคซีดานเฮรวดนำฝูงไร้เอ็มบัปเป้เปิดรังซด "มักกะโรนี" มันชินี่คัมแบ็กปลุกชีพถล่มสี่ลูก
ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก | ฝรั่งเศส VS อิตาลี่ | รอบลีกเฟส : เกมนัดที่ 3 | วันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม 2026
พรีวิว
สองชาติมหาอำนาจลูกหนังโลกโคจรมาดวลแข้งกันอีกครั้งในคืนวันศุกร์นี้ เมื่อคู่ปรับเก่าอย่าง ฝรั่งเศส และ อิตาลี มีคิวลงทำศึก ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก ที่กรุงปารีส หลังจากต่างฝ่ายต่างคว้าชัยชนะในเกมนัดที่สองเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยทั้งคู่จะลงฟาดแข้งต่อเนื่องใน กลุ่ม 1 ของ ลีก เอ ณ สังเวียน สต๊าด เดอ ฟรองซ์ ซึ่งกุนซือเจ้าถิ่นตั้งเป้าที่จะนำทีมเก็บชัยชนะอย่างยิ่งใหญ่ในการกลับมาคุมทีมในบ้าน
แมตซ์ พรีวิว
ฝรั่งเศส
การเก็บชัยชนะสองนัดรวดจากสองเกมนอกบ้าน ถือเป็นการเริ่มต้นยุคการคุมทีมชาติของ ซีเนดีน ซีดาน ในฐานะผู้จัดการทีม ฝรั่งเศส ได้อย่างเกือบไร้ที่ติ โดยเริ่มจากการที่ทัพ เลส์ เบลอส์ บุกไปเชือด ตุรกี 1-0 ที่เมืองโคจาเอลี จากประตูชัยในครึ่งหลังของกัปตันทีมอย่าง คีเลียน เอ็มบัปเป้ ก่อนจะบวกเพิ่มอีกสามคะแนนเต็มด้วยการบุกคว้าชัยที่กรุงบรัสเซลส์เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา แม้ว่า ซีเนดีน ซีดาน จะปรับเปลี่ยนผู้เล่นหลายตำแหน่ง และทีมชุดใหม่จะยิงชนเสาชนคานไปถึงสองหน แต่ตัวสำรองอย่าง ไมเคิล โอลิเซ่ ก็สวมบทซูเปอร์ซับลงมาซัดประตูชัยตอกย้ำชัยชนะเหนือ เบลเยียม ได้อีกคำรบ ส่งผลให้ ฝรั่งเศส เอาชนะเพื่อนบ้านรายนี้ได้ถึง 7 นัดติดต่อกัน พร้อมนำเป็นจ่าฝูงของ กลุ่ม 1 ด้วยการมี 6 คะแนนเต็ม ปัจจุบันทัพ ตราไก่ กำลังเตรียมตัวลงเล่นเกมเหย้าสองนัดติด ซึ่ง ซีเนดีน ซีดาน จะได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นในกรุงปารีสอย่างแน่นอน โดยการพบกับ อิตาลี ถือเป็นแมตช์ที่เหมาะสมอย่างยิ่ง เนื่องจาก ซิซู เคยค้าแข้งอย่างรุ่งโรจน์กับสโมสร ยูเวนตุส นานถึง 5 ปี ทั้งนี้ แม้ว่าทั้งสองฝ่ายต่างบุกไปเอาชนะคู่แข่งด้วยสกอร์ 3-1 ในศึก เนชั่นส์ ลีก ครั้งก่อน แต่ ฝรั่งเศส ถือสถิติเหนือกว่าด้วยการชนะ 4 จาก 6 นัดที่พบกัน นับตั้งแต่นัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2006 ที่ อิตาลี คว้าแชมป์ ซึ่งเป็นเกมสุดท้ายในอาชีพค้าแข้งของ ซีเนดีน ซีดาน
อิตาลี่
ขณะที่กุนซือทีมชาติฝรั่งเศสต้องรอคอยมานานหลายปีเพื่อก้าวขึ้นมารับตำแหน่งสูงสุด ทางฝั่ง โรแบร์โต้ มันชินี่ กำลังได้รับโอกาสคำรบสองในการคุมทัพ อัซซูร์รี่ โดยกุนซือชุดแชมป์ ยูโร 2020 เริ่มต้นการคุมทีมรอบใหม่ด้วยความน่าผิดหวังจากการพ่ายคาบ้านต่อ เบลเยียม 2-0 ทว่าทัพลูกหนังแดนมักกะโรนีคืนฟอร์มเก่งอย่างรวดเร็วด้วยการบุกไปถล่ม ตุรกี 4-1 เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดย อิตาลี ออกสตาร์ตได้อย่างร้อนแรงที่เมืองบูร์ซา จากการทำประตูของ อเลสซานโดร บาสโตนี่, ดาวิเด้ ฟรัตเตซี่ และ ไมเคิล คาโยเด้ ทำให้ทีมออกนำห่างถึงสามลูกตั้งแต่ก่อนจบครึ่งแรก ซึ่งรายหลังสร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในการประเดิมสนามให้ทีมชาติชุดใหญ่นัดแรก นอกจากนี้ ปิโอ เอสโปซิโต อดีตเพื่อนร่วมทีมชาติชุดอายุไม่เกิน 21 ปีของ ไมเคิล คาโยเด้ มาบวกประตูที่สี่ตอกย้ำชัยชนะหลังเจ้าถิ่นตีไข่แตกได้ไม่นาน การปลดล็อกคว้าชัยชนะได้สำเร็จทำให้ โรแบร์โต้ มันชินี่ ต้องเดินหน้าสร้างทีมเพื่อลุยศึกยูโรครั้งต่อไปผ่านรายการ เนชั่นส์ ลีก นี้ หลังจากความล้มเหลวในศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกที่ผ่านมา โดยทัพ ลา นาซิโอนาเล่ เตรียมยกพลสู่เมืองหลวงของฝรั่งเศส ก่อนจะปิดฉากโปรแกรมเตะถี่ด้วยการเปิดรังรับมือ ตุรกี ที่เมืองโบโลญญ่าในอีกสามวันถัดมา
สภาพความพร้อมของทีม
ฝรั่งเศส
ท่ามกลางโปรแกรมเตะเกมทางการถึง 4 นัดภายในเวลา 11 วัน กุนซือ ซีเนดีน ซีดาน อาจเลือกโรเตชั่นทีมอีกครั้ง หลังจากมีเพียง ไมค์ เมนญ็อง และ แม็กซ็องซ์ ลาครัวซ์ เท่านั้นที่ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงต่อเนื่องในเกมล่าสุด จากการที่ อิบราฮิมา โกนาเต้ และ วิลเลียม ซาลิบา ไม่พร้อมลงสนาม ทำให้ เฌเรมี่ ชักเกต์ ได้ลงจับคู่เซนเตอร์แบ็กกับ แม็กซ็องซ์ ลาครัวซ์ ขณะที่สองแข้งที่ค้าแข้งในลีกอิตาลีอย่าง แอนดี้ ดิยุฟ และ ลูก้าส์ ดา กุนญ่า ต่างได้ประเดิมสนามนัดแรกให้ทีมชาติไปแล้ว ด้านกัปตันทีม คีเลียน เอ็มบัปเป้ ได้รับบาดเจ็บระหว่างจังหวะยิงประตูชัยที่ตุรกี ส่งผลให้ เอสเตบัน เลอโปล ได้ลงนำทัพแดนหน้าในเกมวันจันทร์ อย่างไรก็ตาม กองหน้าจากสโมสร แรนส์ รายนี้อาจต้องหลีกทางให้ อุสมาน เดมเบเล่ ลงเล่นแทน
อิตาลี่
สำหรับ อิตาลี มีดาวเด่นจากสโมสร อินเตอร์ มิลาน อย่าง ปิโอ เอสโปซิโต ที่ซัดประตูที่ 6 จากการลงเล่น 11 นัดให้ทีมชาติในเกมถล่ม ตุรกี หลังได้ออกสตาร์ตตัวจริงร่วมกับพี่ชายอย่าง เซบาสเตียโน่ เอสโปซิโต ขณะที่ มาเตโอ เรเตกี ไม่มีชื่อติดทีมชุดนี้ และ จาโคโม่ ราสปาโดรี่ เพิ่งได้รับบาดเจ็บ ทำให้ มอยเซ่ คีน และ จานลูก้า สคามัคค่า ต้องแย่งชิงตำแหน่งในแดนหน้ากับสองพี่น้องตระกูลเอสโปซิโต ทั้งนี้ โรแบร์โต้ มันชินี่ ใส่ชื่อผู้เล่น 34 คนในแคมป์รอบนี้ แต่ตัดชื่อออกไป 10 คนในเกมเมื่อวันจันทร์ ซึ่งล่าสุด นิโคโล่ บาเรลล่า, ฮอเนสต์ อาฮานอร์ และ จานลูก้า มันชินี่ ต่างพร้อมกลับมามีชื่อลุ้นลงสนามในเกมนัดนี้
คาดการณ์ผู้เล่น
ฝรั่งเศส : เมนญ็อง; คาลูลู, อูปาเมกาโน่, ลาครัวซ์, ทรึฟแฟร์; แชร์กี้, โคเน่, ราบิโอต์; โอลิเซ่, เดมเบเล่, ดูเอ้
อิตาลี่ : ดอนนารุมม่า; คาโยเด้, มันชินี่, บาสโตนี่, คาลาฟิออรี่; บาเรลล่า, ฟาโจลี่, โตนาลี่; เอส เอสโปซิโต, พี เอสโปซิโต, คัมเบียกี้
วิเคราะห์คาดการณ์
ฝรั่งเศส ก้าวเข้าสู่เกมนัดนี้ด้วยความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมหลังออกสตาร์ตยุคใหม่ภายใต้การคุมทัพของ ซีเนดีน ซีดาน ด้วยการคว้าชัยชนะนอกบ้านสองนัดรวดเก็บ 6 คะแนนเต็ม นำเป็นจ่าฝูงของกลุ่ม ยิ่งไปกว่านั้น การได้กลับมาประเดิมคุมทีมนัดแรกในบ้าน ณ สังเวียน สต๊าด เดอ ฟรองซ์ ต่อหน้าแฟนบอลตัวเอง ย่อมสร้างแรงกระตุ้นมหาศาลให้กับทัพ ตราไก่ แม้ว่าเจ้าถิ่นจะมีปัญหาขาดแกนหลักในแนวรับอย่าง วิลเลียม ซาลิบา และ อิบราฮิมา โกนาเต้ รวมถึงซูเปอร์สตาร์กัปตันทีมอย่าง คีเลียน เอ็มบัปเป้ ที่ได้รับบาดเจ็บ แต่ขุมกำลังเชิงลึกของพวกเขายังคงเปี่ยมไปด้วยคุณภาพและพร้อมทดแทนกันได้ นำโดย ไมเคิล โอลิเซ่ ฮีโร่ผู้ซัดประตูชัยในนัดก่อน ประสานงานร่วมกับ อุสมาน เดมเบเล่ และแนวรับอย่าง ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ ในขณะที่ทางฝั่งผู้มาเยือนอย่าง อิตาลี แม้ว่าจะเพิ่งคืนฟอร์มเก่งด้วยการบุกไปถล่ม ตุรกี มาอย่างขาดลอย 4-1 และเตรียมได้แกนหลักอย่าง นิโคโล่ บาเรลล่า กับ จานลูก้า มันชินี่ กลับคืนสู่ทีมเพื่อผนึกกำลังร่วมกับสองพี่น้องตระกูลเอสโปซิโตอย่าง ปิโอ เอสโปซิโต และ เซบาสเตียโน่ เอสโปซิโต รวมถึงนายด่านอย่าง จานลุยจิ ดอนนารุมม่า ทว่าทีมของกุนซือ โรแบร์โต้ มันชินี่ ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นปรับจูนระบบใหม่และเคยพลาดท่าพ่ายคาบ้านต่อ เบลเยียม มาแล้ว ซ้ำร้ายสถิติการพบกันที่ผ่านมายังเป็นรองทัพสแปนิชและตราไก่ โดย ฝรั่งเศส ชนะได้ถึง 4 จาก 6 นัดหลังสุดที่ดวลกัน เมื่อนำความแน่นอน ความเฉียบคมในจังหวะจบสกอร์ และบรรยากาศในรังเหย้าของเจ้าถิ่น มาปะทะกับทีมเยือนที่แนวรับยังพร้อมเสียประตู เชื่อว่า ฝรั่งเศส จะอาศัยความจัดจ้านของแนวรุกและเสียงเชียร์ บดเอาชนะผู้มาเยือนไปได้อย่างดุเดือด
คาดการณ์สกอร์ : ฝรั่งเศส 2-1 อิตาลี่
ข้อมูลที่น่าสนใจ
ฝรั่งเศส ชนะ : ทัพ ตราไก่ อยู่ในช่วงผลงานร้อนแรงชนะสองนัดรวดนำจ่าฝูงกลุ่ม และมีสถิติการพบกันที่เหนือกว่าชนะ อิตาลี ได้ถึง 4 จาก 6 ครั้งหลังสุด ประกอบกับการได้เล่นในบ้านยุคของ ซีเนดีน ซีดาน
สกอร์สูง/ต่ำ (Over/Under 2.5 Goals) : สูง : ทั้งสองทีมต่างมีศักยภาพเกมรุกที่จัดจ้าน โดยทีมเยือนเพิ่งถล่มคู่แข่งมาถึง 4 ประตู และการพบกันในรายการนี้ครั้งก่อนต่างยิงกันถึง 4 ลูก ทำให้น่าจะมีการทำประตูกันเกินสองลูก
Both Teams to Score (BTTS) : ใช่ : อิตาลี มีแนวรุกที่กำลังมั่นใจนำโดย ปิโอ เอสโปซิโต ขณะที่แนวรับของ ฝรั่งเศส มีการโรเตชั่นและขาดตัวหลัก จึงเชื่อว่ามีโอกาสสูงที่จะยิงประตูกันได้ทั้งสองฝั่ง
ทีมได้ประตูแรก : ฝรั่งเศส : เจ้าบ้านมีความคุ้นชินสนามและมักเปิดเกมรุกเข้ากดดันคู่แข่งอย่างรวดเร็ว น่าจะอาศัยความจัดจ้านของ ไมเคิล โอลิเซ่ และ อุสมาน เดมเบเล่ ชิงจังหวะทำประตูออกนำไปก่อน
