
"ตราหมากรุก" อาการโคม่าแนวรับพังยับเยินท้าดวล "กระทิงดุ" ฟอร์มคลั่งกวาดชัย 10 นัดรวด
ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก | โครเอเชีย VS สเปน | รอบลีกเฟส : เกมนัดที่ 4 | วันอังคารที่ 6 ตุลาคม 2026
พรีวิว
สเปน ทีมจอมถล่มประตู และ โครเอเชีย ทีมที่เสียประตูเป็นว่าเล่น จะปิดท้ายช่วงพักเบรกทีมชาติเดือนกันยายน/ตุลาคมในคืนวันอังคารนี้ ในศึก ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก ลีก เอ กลุ่ม 3 โดยคู่ปรับทั้งสองโคจรกลับมาเผชิญหน้ากันอีกครั้งที่สนาม สตาดิโอน โพลยุด ในเมือง สปลิต หลังจากทัพ "กระทิงดุ" เพิ่งเปิดรังเอาชนะไป 4-1 เมื่อวันที่ 29 กันยายน ซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นของค่ำคืนที่น่าอับอายยิ่งกว่าเดิมสำหรับ สลาเวน บิลิช
แมตซ์ พรีวิว
โครเอเชีย
จากที่เคยคุ้นเคยกับการแข่งขันที่สนุกสูสีกับ อังกฤษ ในช่วงหลัง นับตั้งแต่รอบรองชนะเลิศ ฟุตบอลโลก 2018 และรอบแบ่งกลุ่ม ยูโร 2020 ไปจนถึงเกมสุดมันหกประตูใน ฟุตบอลโลก 2026 เมื่อไม่กี่เดือนก่อน ทว่า โครเอเชีย กลับถูกขุนพล ทรี ไลออนส์ ไล่ถลุงจนแหลกสลายเมื่อค่ำคืนวันเสาร์ การทำคนละสองประตูของ แฮร์รี่ เคน และ บูกาโย ซากา บวกกับลูกยิงของ มอร์แกน โรเจอร์ส, จู๊ด เบลลิงแฮม และ แอนโธนี กอร์ดอน ส่งให้ อังกฤษ คว้าชัยชนะทุบสถิติ 7-0 ซึ่งนับเป็นความปราชัยครั้งประวัติศาสตร์ที่ทีมฉายา "ตราหมากรุก" ไม่อยากจดจำ ผลการแข่งขันอันเหลือเชื่อเมื่อวันเสาร์นับเป็นความพ่ายแพ้ขาดลอยที่สุดตลอดกาลของทีมชาย โครเอเชีย และเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่พวกเขาเสียถึงห้าประตูขึ้นไปในเกมเหย้า ท่ามกลางสายตาเด็กนักเรียนหลายพันคนที่ได้รับอนุญาตให้เข้าชมเกมแบบปิดสนามที่ต้องกลับบ้านไปด้วยความตกตะลึง ตอนนี้พวกเขาต้องสะเทือนขวัญจากความปราชัยสองนัดติดต่อกันและเสียไปถึง 11 ประตู ทำให้ โครเอเชีย รั้งอันดับสามของตาราง ลีก เอ กลุ่ม 4 โดยมีแต้มเหนือกว่า เช็กเกีย ที่ยังไม่มีแต้มอยู่ 3 คะแนน และตามหลังทีมอันดับสองอย่าง อังกฤษ ด้วยระยะห่างเท่ากัน ด้านกุนซือ สลาเวน บิลิช ทำได้เพียงกล่าวขอโทษต่อคนทั้งชาติหลังการพ่ายแพ้ยับเยินเป็นประวัติศาสตร์ ซึ่งส่งผลให้ โครเอเชีย กลายเป็นทีมที่เสียประตูมากที่สุดร่วมอันดับสองในศึก เนชั่นส์ ลีก 2026-27 ด้วยจำนวน 12 ประตู โดยเป็นรองเพียง ซานมารีโน ที่เสียไป 14 ประตู เท่านั้น
สเปน
จากทีมที่มีแนวรับแย่ที่สุดเป็นอันดับสอง สลับมาที่ทีมที่มีเกมรุกแข็งแกร่งที่สุดเป็นอันดับสองอย่าง สเปน ที่เพิ่งทำสถิติยิงแตะหลัก 10 ประตู เทียบเท่ากับ อังกฤษ เมื่อคืนวันเสาร์ ด้วยการแสดงให้เห็นถึงชั้นเชิงที่เหนือกว่าทีมสิบคนของ เช็กเกีย ประตูเปิดหัวในนาทีที่ 6 ของ ลามีน ยามาล ตามมาด้วยลูกยิงจากคู่มิดฟิลด์อย่าง โรดรี และ มิเกล เมริโน แม้จะมีประตูตีไข่แตกของ ยิริ สลามา และใบแดงของ ลาดิสลาฟ เครย์ชี คั่นกลางระหว่างผลงานของสองเสาหลักในแดนกลางที่เมือง โอบิเอโด ก็ตาม จากผลงานชนะรวดสามนัดใน เนชั่นส์ ลีก ทำให้พวกเขารั้งจ่าฝูงของ กลุ่ม 3 อย่างสบาย โดยสถิติไร้พ่ายอันยอดเยี่ยมของแชมป์โลกในเวลานี้หยุดอยู่ที่ 41 นัด ติดต่อกันในทุกรายการ และชัยชนะในแต่ละนัดจาก 10 เกม หลังสุดล้วนจบลงด้วยผลชนะทั้งหมด ยิ่งไปกว่านั้น ลูกทีมของ หลุยส์ เด ลา ฟูเอนเต ยังไม่แพ้ใครติดต่อกันถึง 16 นัด ในศึก เนชั่นส์ ลีก หากไม่นับการดวลจุดโทษตัดสิน ซึ่งถือเป็นสถิติไร้พ่ายที่ยาวนานที่สุดของทุกทีมนับตั้งแต่ก่อตั้งทัวร์นาเมนต์นี้ขึ้นมาเมื่อปี 2018 สถิติต่าง ๆ ยังคงถูกทำลายลงอย่างต่อเนื่องใต้ฝ่าเท้าของผู้พิชิตโลก ซึ่งชัยชนะเหนือ โครเอเชีย 4-1 เมื่อเดือนกันยายนนับเป็นการชนะเจ้าบ้านเป็นนัดที่สี่ติดต่อกัน โดยแนวรับตาหมากรุกเสียประตูอย่างน้อยสองลูกถึงห้าจากหกครั้งหลังสุดที่ดวลกับ สเปน
สภาพความพร้อมของทีม
โครเอเชีย
แง่ดีเพียงอย่างเดียวจากความพ่ายแพ้ต่อ อังกฤษ 0-7 สำหรับเจ้าถิ่นคือไม่มีปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บเพิ่มเติมให้ สลาเวน บิลิช ต้องปวดหัว แม้ว่าจะมีผู้เล่นถึงห้ารายที่สุ่มเสี่ยงต่อการติดโทษแบน ได้แก่ ลูกา วุสโควิช, มาร์โก ปาซาลิช, โยซิป มิชิช, เปตาร์ ซูชิช และ มาร์ติน พงกราซิช อย่างไรก็ตาม รายหลังสุดนั้นไม่มีชื่ออยู่ในทีมวันแข่งขันเมื่อวันเสาร์เคียงข้างกับ ลอฟโร มาเยอร์, อันเต บูดิเมียร์ และ ดิออน เดรนา เบลโย เนื่องจาก สลาเวน บิลิช จำเป็นต้องตัดชื่อผู้เล่นสี่คนออกจากทีมชุด 23 คน แต่ด้วยผลงานอันน่าตกตะลึงเมื่อวันเสาร์อาจนำไปสู่โอกาสแก้ตัวของผู้เล่นหนึ่งคนหรือมากกว่านั้น ขณะที่ ลูกา โมดริช ซึ่งถูกเปลี่ยนตัวออกก่อนครบหนึ่งชั่วโมงในเกมกับ อังกฤษ น่าจะยังคงได้ลงสนามรับใช้ชาติต่อไปเป็นนัดที่ 206
สเปน
ฝั่งของ สเปน นั้น กุนซือ หลุยส์ เด ลา ฟูเอนเต จัดการเปลี่ยนตัวทั้ง ลามีน ยามาล และ อเล็กซ์ บาเอนา ออกตั้งแต่ช่วงพักครึ่งเวลาในเกมกับ เช็กเกีย แต่นั่นเป็นการปรับเปลี่ยนตามแท็กติกมากกว่าจะมีอาการบาดเจ็บรบกวน ขณะที่การไร้ชื่อของ เปา คูบาร์ซี เป็นเพียงเรื่องของการฟื้นฟูสภาพร่างกาย ทว่าทัพ "กระทิงดุ" ก็เจอปัญหาผู้เล่นถอนตัวไปก่อนเริ่มเกมหลายราย ได้แก่ เฟร์ราน ตอร์เรส, นิโก วิลเลียมส์ และ อเล็กซ์ กรีมัลโด ที่หลุดจากทีมไปทั้งหมด ถึงกระนั้น หลุยส์ เด ลา ฟูเอนเต ยังสามารถหมุนเวียนขุมกำลังของเขาได้อีกครั้ง หลังเพิ่งปรับทัพตัวจริงถึงเก้าตำแหน่งในเกมที่เอาชนะ เช็กเกีย มาได้
คาดการณ์ผู้เล่น
โครเอเชีย : ลิวาโควิช; สโมลชิช, ชูตาโล, วุสโควิช, กวาร์ดิโอล; โมดริช, โควาชิช; อิวาโนวิช, มาริโอ ปาซาลิช, วลาชิช; มาตาโนวิช
สเปน : ซิมอน; เฟรสเนดา, คูบาร์ซี, เฮยเซน, กูกูเรยา; โลเปซ, ซูบิเมนดิ, เปดรี; ยามาล, โอยาร์ซาบัล, มูญอซ
วิเคราะห์คาดการณ์
โครเอเชีย กำลังตกอยู่ในภาวะวิกฤตอย่างหนักหลังโดน อังกฤษ บุกถล่มคาบ้านถึง 0-7 ซึ่งกลายเป็นความพ่ายแพ้ที่ยับเยินที่สุดในประวัติศาสตร์ของพวกเขา และทำให้แนวรับเสียไปแล้วถึง 11 ประตู จากสองเกมหลังสุด จนกลายเป็นทีมที่เสียประตูมากเป็นอันดับสองในทัวร์นาเมนต์ เนชั่นส์ ลีก ถึงแม้ว่าสภาพความพร้อมของทีมจะไม่มีผู้เล่นบาดเจ็บเข้ามาใหม่ และกัปตันทีมจอมเก๋าอย่าง ลูกา โมดริช ยังพร้อมลงสนามช่วยทีมเป็นนัดที่ 206 แต่สภาพจิตใจและความมั่นใจของแนวรับดูจะพังทลายอย่างสิ้นเชิง ตรงกันข้ามกับแชมป์โลกอย่าง สเปน ภายใต้การนำทัพของ หลุยส์ เด ลา ฟูเอนเต ที่กำลังเดินหน้าทำสถิติอย่างบ้าคลั่งด้วยการไม่แพ้ใครมาถึง 41 นัด ติดต่อกันในทุกรายการ แถมยังเก็บชัยชนะรวดใน 10 นัด หลังสุดได้อย่างสมบูรณ์แบบ ขุมกำลังของทัพ "กระทิงดุ" มีความลึกและยืดหยุ่นสูงมากจนสามารถหมุนเวียนนักเตะได้เกือบยกทีม อีกทั้งสถิติการเจอกันช่วงหลังยังข่มมิดด้วยการชนะ โครเอเชีย มาสี่นัดติดต่อกัน รวมถึงเกมที่เพิ่งถล่มชนะไป 4-1 เมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา เมื่อพิจารณาจากเกมรุกของทีมเยือนที่ผลิตสกอร์แตะสองหลักได้อย่างง่ายดาย สวนทางกับเกมรับเจ้าถิ่นที่พร้อมเสียประตูตลอดเวลา เชื่อว่า สเปน จะอาศัยความเฉียบคมและความมั่นใจที่เหนือกว่าหลายขุมบุกมาไล่ต้อนเก็บชัยชนะกลับออกไปได้อย่างไม่ยากเย็น
คาดการณ์สกอร์ : โครเอเชีย 0-3 สเปน
ข้อมูลที่น่าสนใจ
สเปน ชนะ : สเปน กำลังอยู่ในฟอร์มที่ไร้เทียมทานด้วยการคว้าชัยชนะมา 10 นัดรวด และสถิติพบกับ โครเอเชีย สี่นัดหลังสุดก็เป็นฝ่ายเก็บชัยชนะได้ทั้งหมด ขณะที่ทัพ "ตราหมากรุก" ขวัญกำลังใจพังทลายหลังเพิ่งแพ้เละเทะประวัติศาสตร์
สกอร์สูง/ต่ำ (Over/Under 2.75 Goals) : สูง - แนวรับของ โครเอเชีย กำลังรั่วอย่างหนักหลังเสียไปถึง 11 ประตูจากสองนัดหลังสุด ขณะที่เกมรุกของ สเปน ดุดันยิงแตะหลักสิบประตูในรายการนี้
Both Teams to Score (BTTS) : NO - สภาพทีมของ โครเอเชีย กำลังขาดความมั่นใจในเกมรุกอย่างหนักหลังเพิ่งโดนถล่มเละ ขณะที่ทัพ "กระทิงดุ" ยังคงคุมเกมได้อย่างเหนียวแน่นและพร้อมเก็บคลีนชีต
ทีมได้ประตูแรก : สเปน - ผู้มาเยือนมีความมั่นใจเต็มเปี่ยมและมักเปิดฉากทำเกมรุกเข้าใส่อย่างรวดเร็วเหมือนนัดล่าสุดที่ใช้เวลาเพียงหกนาทีในการขึ้นนำ น่าจะชิงความได้เปรียบเจาะตาข่ายเจ้าถิ่นที่กำลังผวาได้ก่อน
