
"ราชันชุดขาว" มูรินโญ่คุมทัพเยือนถิ่นเก่าหวังยืดสถิติข่มมิดบุกขยี้ "หมาป่ากรุงโรม" ที่ขาดนายทวารมือหนึ่ง
ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก | เอเอส โรม่า VS เรอัล มาดริด | รอบลีกเฟส : เกมนัดที่ 2 | วันพุธที่ 14 ตุลาคม 2026
พรีวิว
การหวนกลับมาเผชิญหน้ากันอีกครั้งในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก แชมป์ยุโรป 15 สมัยอย่าง เรอัล มาดริด เตรียมยกพลบุกเยือนสังเวียน สตาดิโอ โอลิมปิโก ในคืนวันพุธนี้ โดยนับเป็นครั้งที่สองในฤดูกาลนี้ที่กุนซือของทัพ มาดริด อย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ ต้องโคจรมาดวลกับอดีตสโมสรเก่าของตัวเอง ในขณะที่ทัพ "ราชันชุดขาว" หวังจะขยายสถิติอันเหนือกว่าในการเจอกับทัพ "หมาป่ากรุงโรม" ต่อไป
แมตซ์ พรีวิว
เรอัล มาดริด
แม้ว่าในเกมนัดแรกของศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก จะทำผลงานได้ไม่น่าประทับใจเท่าใดนัก แต่ เรอัล มาดริด ก็เริ่มต้นรอบลีกเฟสด้วยการคว้าสามคะแนนเต็มในบ้านตามแบบฉบับของตัวเอง โดยต้องทนเล่นแบบไม่มีบอล ตกเป็นฝ่ายเสียโอกาสจะแจ้งหลายครั้ง และได้ประโยชน์จากความผิดพลาดอย่างชัดเจนของคู่แข่งถึงสองหน แต่ยักษ์ใหญ่แห่งแดนกระทิงดุก็ยังเอาชนะ อินเตอร์ มิลาน มาได้จากสองประตูของ คีเลียน เอ็มบัปเป้ และ เฟเดริโก้ บัลเบร์เด้ สำหรับผลงานในประเทศ พวกเขาเปิดหัว ลาลีกา สเปน ด้วยชัยชนะ 3 นัดติดต่อกัน ก่อนจะพลาดท่าพ่ายต่อ เรอัล เบติส และคู่ปรับร่วมเมืองอย่าง แอตเลติโก มาดริด ก่อนช่วงพักเบรกทีมชาติ ส่งผลให้ความกดดันถาโถมเข้าใส่ในเกมพบ บียาร์เรอัล เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งจบลงด้วยชัยชนะหืดจับ 1-0 ที่สนามเบร์นาเบว จากประตูแรกในสีเสื้อสโมสรของ ยาน ดิโอม็องเด้ ก่อนที่ วินิซิอุส จูเนียร์ จะโดนใบแดงไล่ออกจนสร้างความไม่พอใจให้กับ โชเซ่ มูรินโญ่ อย่างมาก เวลานี้พวกเขามีแต้มตามหลังจ่าฝูงอย่าง บาร์เซโลน่า อยู่ถึง 6 คะแนนก่อนถึงเกม เอล กลาซิโก้ นัดแรกของฤดูกาล ทำให้ต้องรีบสลับสมาธิมาสู่ฟุตบอลยุโรป โดยกุนซือรายนี้เคยคุม เอเอส โรม่า ระหว่างปี 2021 ถึง 2024 พาทีมคว้าแชมป์ คอนเฟอเรนซ์ ลีก สมัยแรก และเข้าชิง ยูโรป้า ลีก นอกจากนี้สถิติการพบกัน 12 ครั้ง ทัพ "ราชันชุดขาว" ข่มมิดด้วยการชนะถึง 8 ครั้งและแพ้เพียง 3 ครั้ง โดยชนะรวด 4 ครั้งหลังสุดแบบไม่เสียประตูเลยแม้แต่ลูกเดียว และบุกมาชนะถึงกรุงโรมได้ถึง 5 จาก 6 ครั้งหลังสุด
เอเอส โรม่า
ทางฝั่ง เอเอส โรม่า เพิ่งยุติการห่างหายจากศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ยาวนานถึง 7 ฤดูกาล ด้วยการบุกไปเสมอ เฟเนร์บาห์เช่ 1-1 ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทีมเก่าของ โชเซ่ มูรินโญ่ โดยอดีตรองแชมป์ ยูโรเปี้ยน คัพ ปี 1984 ตีตั๋วกลับมาเล่นรายการนี้ด้วยการจบอันดับ 3 ในศึก กัลโช่ เซเรียอา อิตาลี ซีซั่นก่อน ซึ่งเป็นปีแรกอันน่าจดจำของกุนซือ จาน ปิเอโร่ กัสเปรินี่ อดีตนายใหญ่ผู้พา อตาลันต้า คว้าแชมป์ ยูโรป้า ลีก ที่มีสถิติการคุมทีมในรอบแบ่งกลุ่มหรือลีกเฟสของถ้วยใบนี้ยอดเยี่ยม แพ้เพียง 4 จาก 24 นัดหลังสุด ปัจจุบันพวกเขายังคงไร้พ่ายในลีกด้วยการชนะ 4 นัดรวด ก่อนจะสะดุดเสมอสองนัดติดกับคู่แข่งลุ้นแชมป์อย่าง โคโม่ และ อินเตอร์ มิลาน โดยเกมล่าสุดบุกเสมอ โคโม่ 0-0 เมื่อวันอาทิตย์ ซึ่งดาวยิงตัวเก่งอย่าง ดอนเยลล์ มาเลน โดนใบแดงไล่ออกจนทีมต้องตั้งรับอย่างหนักในช่วง 40 นาทีสุดท้าย ทำให้รั้งอันดับ 3 ของลีกตามหลังจ่าฝูง 2 แต้ม ทว่าปัญหาใหญ่คือสถิติเกมเหย้าในเวทียุโรปที่สนาม สตาดิโอ โอลิมปิโก เริ่มเปราะบาง หลังปราชัยไปถึง 3 จาก 5 เกมเหย้าหลังสุดในฟุตบอลยุโรป ซึ่งรวมถึงการพ่าย โบโลญญ่า ตกรอบ 3-4 ในศึก ยูโรป้า ลีก ฤดูกาลที่แล้ว
สภาพความพร้อมของทีม
เอเอส โรม่า
เจ้าถิ่นต้องเจอกับข่าวร้ายเมื่อผู้รักษาประตูมือหนึ่งอย่าง มิเล สวิลาร์ หมดสิทธิ์ลงสนามแน่นอนเนื่องจากกระดูกนิ้วเท้าหัก ทำให้ ปิแอร์ลุยจิ กอลลินี่ ที่เพิ่งเก็บคลีนชีตในเกมลีกนัดแรกในรอบสองปีจะได้ลงทำหน้าที่เฝ้าเสาแทน ส่วนแดนกลางยังต้องรอดูว่า ไบรอัน คริสตานเต้ จะหายจากอาการบาดเจ็บหัวเข่าทันหรือไม่ ขณะที่ดาวซัลโวประจำทีมอย่าง ดอนเยลล์ มาเลน ที่โดนใบแดงในลีกจะพร้อมลงล่าตาข่ายในเกมยุโรปแน่นอน โดยจะจับคู่กับ เปาโล ดีบาล่า ซึ่งทั้งสองรายต่างเคยมีประสบการณ์อกหักพ่ายแพ้ให้กับ เรอัล มาดริด ในนัดชิงชนะเลิศของรายการนี้มาแล้ว
เรอัล มาดริด
ทีมเยือนจะไม่มี เอแดร์ มิลิเตา, แฟร์ลองด์ เมนดี้, โรดรีโก้ และ ราอูล อเซนซิโอ้ ทว่าแนวรับจะได้ ดีน ฮุยเซ่น อดีตนักเตะที่เคยย้ายมาเล่นให้เจ้าถิ่นแบบยืมตัว พ้นโทษแบนในประเทศกลับมาช่วยทีม นอกจากนี้ กุนซือ โชเซ่ มูรินโญ่ ยังได้สามกองกลางอย่าง เอดูอาร์โด้ คามาแว็งก้า, อาร์ดา กูแลร์ และ แบร์นาร์โด้ ซิลวา พ้นโทษแบนจากยูฟ่ากลับมาพร้อมหน้า ขณะที่ วินิซิอุส จูเนียร์ สามารถลงเล่นได้โดยต้องการอีกเพียง 1 แอสซิสต์เพื่อทาบสถิติสโมสรของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่ 27 ครั้ง ด้าน คีเลียน เอ็มบัปเป้ ในวัย 27 ปี 298 วัน เตรียมทำสถิติเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดที่ลงเล่นในรายการนี้ครบ 100 นัด ทำลายสถิติเดิมของ ลิโอเนล เมสซี่
คาดการณ์ผู้เล่น
เอเอส โรม่า : กอลลินี่, มันชินี่, เอ็นดิคก้า, เอร์โมโซ่, โมลิน่า, โคเน่, เดอ รูน, เวสลีย์, ดีบาล่า, ซูเล่, มาเลน
เรอัล มาดริด : กูร์กตัวส์, ดุมฟรีส์, โคนาเต้, รูดิเกอร์, การ์เรราส, บัลเบร์เด้, แบร์นาร์โด้, กูแลร์, เบลลิงแฮม, วินิซิอุส, เอ็มบัปเป้
วิเคราะห์คาดการณ์
การพบกันระหว่าง เอเอส โรม่า และ เรอัล มาดริด ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก คืนนี้ เต็มไปด้วยความเข้มข้นและความคุ้นเคยเมื่อ โชเซ่ มูรินโญ่ ต้องนำทัพกลับมาเยือนถิ่นเก่าที่สังเวียน สตาดิโอ โอลิมปิโก โดยทางฝั่งเจ้าถิ่นของกุนซือ จาน ปิเอโร่ กัสเปรินี่ แม้จะมีผลงานในประเทศที่ไร้พ่ายและมีคู่หัวหอกอันตรายอย่าง ดอนเยลล์ มาเลน กับ เปาโล ดีบาล่า คอยสร้างความปั่นป่วน ทว่าจุดบกพร่องสำคัญคือการขาดหายไปของนายทวารมือหนึ่งอย่าง มิเล สวิลาร์ ที่เจ็บกระดูกนิ้วเท้า ทำให้ต้องใช้ ปิแอร์ลุยจิ กอลลินี่ ลงเฝ้าเสาแทน ซ้ำร้ายเกมเหย้าในเวทียุโรปของทัพ "หมาป่ากรุงโรม" ช่วงหลังเริ่มไม่แข็งแกร่งเหมือนเดิมหลังแพ้ไปถึง 3 จาก 5 นัดหลังสุด ขณะที่ผู้มาเยือนอย่าง เรอัล มาดริด แม้จะมีปัญหาฟอร์มสะดุดในลีกจนโดนจ่าฝูงทิ้งห่าง และจะไม่มี เอแดร์ มิลิเตา กับ โรดรีโก้ แต่ความพร้อมของทีมในเกมนี้ถือว่าได้เปรียบมหาศาลจากการได้ทั้ง เอดูอาร์โด้ คามาแว็งก้า, อาร์ดา กูแลร์ และ แบร์นาร์โด้ ซิลวา พ้นโทษแบนกลับมาคุมแดนกลางร่วมกับ เฟเดริโก้ บัลเบร์เด้ และ จู๊ด เบลลิงแฮม ผสานกำลังกับแนวรุกระดับพระกาฬอย่าง วินิซิอุส จูเนียร์ และ คีเลียน เอ็มบัปเป้ ที่พร้อมล่าตาข่ายฉลองการลงเล่นนัดที่ 100 ในถ้วยใบนี้ ยิ่งไปกว่านั้นสถิติการพบกันยังเหนือกว่าแบบเบ็ดเสร็จด้วยการเอาชนะมาตลอด 4 นัดหลังสุดโดยไม่เสียคลีนชีต และบุกมาชนะถึงกรุงโรมได้ถึง 5 จาก 6 ครั้งหลังสุด เมื่อวัดกันที่คุณภาพแนวรุกและสถิติการข่มกันในอดีต เชื่อว่าทัพ "ราชันชุดขาว" จะอาศัยทีเด็ดทีขาดของแดนหน้าบุกมาเฉือนเก็บชัยชนะไปได้อย่างสุดมัน
คาดการณ์สกอร์ : เอเอส โรม่า 1-2 เรอัล มาดริด
ข้อมูลที่น่าสนใจ
เรอัล มาดริด ชนะ : ทัพ "ราชันชุดขาว" ถือสถิติข่มมิดยามเจอกับ เอเอส โรม่า โดยเอาชนะมาได้ตลอด 4 ครั้งหลังสุด และบุกมาชนะถึงกรุงโรมได้ถึง 5 จาก 6 ทริปเยือนหลังสุด ขณะที่เจ้าถิ่นกำลังมีปัญหาผู้รักษาประตูมือหนึ่งบาดเจ็บ
สกอร์สูง/ต่ำ (Over/Under 2.75 Goals) : สูง : จากการคาดการณ์สกอร์ที่ เรอัล มาดริด บุกมาชนะ 1-2 ทำให้ผลรวมการทำประตูอยู่ที่ 3 ลูก ซึ่งสูงกว่าอัตราที่ตั้งไว้ เนื่องจากแนวรุกของทั้งสองทีมต่างเต็มไปด้วยผู้เล่นระดับท็อปที่พร้อมพังประตู
Both Teams to Score (BTTS) : YES : เจ้าบ้านมีคู่หัวหอกตัวเก่งอย่าง ดอนเยลล์ มาเลน และ เปาโล ดีบาล่า ที่กำลังกระหายทำประตู ส่วนทีมเยือนมีทั้ง คีเลียน เอ็มบัปเป้ และ วินิซิอุส จูเนียร์ ทำให้มีโอกาสสูงที่ทั้งสองทีมจะเจาะตาข่ายกันได้ทั้งสองฝั่ง
เรอัล มาดริด ได้ประตูแรก : ทีมเยือนมีทีเด็ดจากความจัดจ้านของแนวรุกริมเส้นอย่าง วินิซิอุส จูเนียร์ และความเฉียบคมของ คีเลียน เอ็มบัปเป้ ที่พร้อมลงเล่นสร้างสถิติใหม่ จึงน่าจะอาศัยความเด็ดขาดเจาะแนวรับเจ้าถิ่นและพังประตูออกนำได้ก่อน
