
"หงส์แดง" ขุมกำลังยวบเล็งคืนฟอร์มเก่งบุกขยี้ "แอลเอเอสเค ลินซ์" ที่ฟอร์มรูดยังสะกดคำว่าชนะทีมผู้ดีไม่เป็น
ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก | แอลเอเอสเค ลินซ์ VS ลิเวอร์พูล | รอบลีกเฟส : เกมนัดที่ 2 | วันพุธที่ 14 ตุลาคม 2026
พรีวิว
ลิเวอร์พูล หวังที่จะสลัดความผิดหวังจากสุดสัปดาห์ทิ้งไปให้หมดสิ้น โดยทัพผู้มาเยือนที่ขุมกำลังขาดแคลนเตรียมบุกไปเยือนสังเวียน ไรฟ์ไฟเซน อารีน่า ของ แอลเอเอสเค ลินซ์ ในคืนวันพุธนี้สำหรับเกมนัดที่ 2 ของรอบลีกเฟสในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก โดยเจ้าถิ่นกำลังมองหาแต้มแรกในเวทียุโรปฤดูกาลนี้ ขณะที่ทัพ "หงส์แดง" ตั้งเป้าเก็บชัยชนะติดต่อกันในรายการนี้ให้ได้
แมตซ์ พรีวิว
แอลเอเอสเค ลินซ์
แอลเอเอสเค ลินซ์ ของกุนซือ ดีทมาร์ คูห์เบาเออร์ ออกสตาร์ตเกมในประเทศได้อย่างร้อนแรงด้วยการชนะ 7 นัดติดต่อกัน แต่ผลงานโดยรวมกลับดิ่งลงอย่างเห็นได้ชัดนับตั้งแต่ปราชัยในเกมนัดแรกของศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก โดยพวกเขาพ่ายต่อ เออีเค เอเธนส์ 0-1 เมื่อวันที่ 8 กันยายน จากลูกฟรีคิกในครึ่งแรกของ ราซวาน มาริน ก่อนที่ลูกทีมของ ดีทมาร์ คูห์เบาเออร์ จะตามด้วยการปราชัยต่อคู่ปรับอย่าง สตวร์ม กราซ 1-2 และลงเล่นเกมวันพุธนี้ด้วยสถิติไม่ชนะใคร 4 นัดติดต่อกันในเกมทางการ หลังเพิ่งบุกพ่าย เอสเค ราปิด เวียนนา 0-2 เมื่อวันอาทิตย์ เมื่อพิจารณาจากฟอร์มช่วงหลังและระดับของคู่แข่ง แฟนบอลเจ้าถิ่นย่อมมีความกังวล โดยเฉพาะความทรงจำในรอบแบ่งกลุ่มศึก ยูโรป้า ลีก ฤดูกาล 2023-24 ที่โดน ลิเวอร์พูล เอาชนะไป-กลับด้วยสกอร์ 1-3 ที่เมืองลินซ์ และ 0-4 ที่สนาม แอนฟิลด์ ยิ่งไปกว่านั้น สโมสรแห่งนี้ยังไม่เคยเอาชนะทีมจากอังกฤษได้เลยตลอด 6 ครั้งที่เผชิญหน้า โดยทำได้เพียงเสมอ 1 และแพ้ไปถึง 5 นัด ซ้ำร้ายสถิติการเล่นในบ้านพบสโมสรจากแดนผู้ดี 3 ครั้งก็จบลงด้วยผลเสมอ 1 และแพ้ 2 ยิงได้เพียง 4 ประตู แต่เสียไปถึง 11 ประตู
ลิเวอร์พูล
ทางฝั่ง ลิเวอร์พูล ภายใต้การนำทัพของ อันโดนี่ อิราโอล่า กำลังเผชิญกับผลงานที่ไม่แน่นอนในฤดูกาลนี้ท่ามกลางช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ของสโมสร ทว่าพวกเขายังพกความมั่นใจในการลงเล่นกลางสัปดาห์ โดยพลพรรค "หงส์แดง" เพิ่งพ่ายคารังต่อ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-3 ที่สนาม แอนฟิลด์ เมื่อวันอาทิตย์ ซึ่งรูปเกมก่อนที่ ไรอัน กราเฟนแบร์ก จะโดนใบแดงไล่ออกในช่วงหนึ่งชั่วโมงแรกนั้นถือว่าสู้ได้ดี และบรรยากาศในสนามเต็มไปด้วยความตึงเครียดจากบริบทนอกสนามมากกว่าฟอร์มการเล่นของทีม โดยก่อนหน้านี้พวกเขาประเดิมถ้วยยุโรปได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการแซงชนะ แอตเลติโก มาดริด 2-1 จากลูกยิงตีเสมอของ โดมินิก โซบอสไล และลูกยิงไกลสุดสวยของ อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ อย่างไรก็ตาม เกมวันพุธนี้พวกเขาต้องลงเล่นโดยขาดกัปตันทีมชาติฮังการี รวมถึงสตาร์ดังอย่าง โคดี้ กัคโป และ อเล็กซานเดอร์ อิซัค ทว่าสถิติการเจอกับสโมสรจากประเทศออสเตรียของพวกเขายอดเยี่ยมอย่างยิ่ง โดยแพ้เพียงนัดเดียวจาก 10 ครั้ง และคว้าชัยชนะได้ถึง 8 นัด ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขายังไม่เคยปราชัยในเกมทางการบนแผ่นดินออสเตรียเลยแม้แต่ครั้งเดียว โดยชนะ 4 และเสมอ 1 นัด
สภาพความพร้อมของทีม
แอลเอเอสเค ลินซ์
เจ้าถิ่นจะไม่มีชื่อของ รามิซ ฮาราคาเต้ ที่กำลังฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บหัวเข่า ขณะที่กองหน้าอย่าง โมเสส อูซอร์ มีปัญหาบาดเจ็บบริเวณหัวไหล่จากเกมสุดสัปดาห์และยังต้องรอเช็คความฟิต หากทั้งคู่ลงไม่ได้ คาดว่า ซาซ่า คาลัดจ์ซิช จะได้จับคู่แดนหน้าร่วมกับ คริสตอฟ ลัง โดยมีวิงแบ็กอย่าง แคสเปอร์ ยอร์เกนเซ่น และ อีวาน ดิบันโก้ คอยขึ้นเกมริมเส้น เนื่องจาก จอร์จ เบลโล่ มีอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อรบกวนจนต้องพักรักษาตัว
ลิเวอร์พูล
ทีมเยือนไม่น่าจะใช้งาน โดมินิก โซบอสไล ที่มีอาการตึงบริเวณแฮมสตริงจากการรับใช้ทีมชาติ แต่จะได้ อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ ประสานงานกับ ไรอัน กราเฟนแบร์ก ในแดนกลางเนื่องจากโทษแบนไม่มีผลในรายการนี้ ส่วนแนวรุกทั้ง โคดี้ กัคโป ที่เจ็บข้อเท้า และกองหน้าค่าตัว 125 ล้านปอนด์อย่าง อเล็กซานเดอร์ อิซัค ที่เจ็บต้นขา ต่างมีชื่อต้องรอเช็คความฟิตทั้งคู่ ขณะที่ อูโก้ เอกิติเก้ ยังคงพักฟื้นจากอาการบาดเจ็บเอ็นร้อยหวาย ทำให้ ลูอิส คูมาส จะได้ลงยืนค้ำหน้าเป้าต่อไป โดยมีสามประสานอย่าง ริโอ เอ็นกูโมฮา, ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ และ แบรดลี่ย์ บาร์โคล่า คอยปั้นเกมรุกสนับสนุน เนื่องจากตัวเลือกอย่าง เฟเดริโก้ เคียซ่า และ วาตารุ เอ็นโด ไม่มีชื่อลงทะเบียนในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ส่วนดาวรุ่งอย่าง เทรย์ นโยนี่ คาดว่าจะถูกเก็บไว้ใช้งานในเกมลีกพบ เบรนท์ฟอร์ด วันเสาร์นี้
คาดการณ์ผู้เล่น
แอลเอเอสเค ลินซ์ : ยุงเวิร์ธ, เอ็มบูยัมบา, อเลเมา, อันดราเด้, ยอร์เกนเซ่น, ลูบิซิช, โบการ์เด้, ฮอร์วาธ, ดิบันโก้, คาลัดจ์ซิช, ลัง
ลิเวอร์พูล : อลิสซอน, อเราโฮ, ฌาคเกต์, ฟาน ไดจ์ค, เคอร์เคซ, กราเฟนแบร์ก, แม็ค อัลลิสเตอร์, บาร์โคล่า, เวียร์ตซ์, เอ็นกูโมฮา, คูมาส
วิเคราะห์คาดการณ์
แอลเอเอสเค ลินซ์ กำลังเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบากอย่างยิ่งหลังจากสะกดคำว่าชนะไม่เป็นมา 4 เกมติดต่อกันในทุกรายการ และเพิ่งบุกพ่าย เอสเค ราปิด เวียนนา 0-2 ในลีก ซ้ำยังมีสถิติที่ย่ำแย่บนเวทียุโรปจากการพ่าย เออีเค เอเธนส์ คารังในนัดแรกของรายการนี้ ปัญหาใหญ่ของลูกทีม ดีทมาร์ คูห์เบาเออร์ คือความมั่นใจที่หดหายและสภาพทีมที่ขาดทั้ง รามิซ ฮาราคาเต้, จอร์จ เบลโล่ แถมยังต้องรอเช็คความฟิตของ โมเสส อูซอร์ ยิ่งไปกว่านั้นสถิติในอดีตยังไม่เคยเอาชนะทีมจากอังกฤษได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว ขณะที่ผู้มาเยือนอย่าง ลิเวอร์พูล แม้จะเพิ่งเสียท่าพ่าย แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในลีก และต้องเจอปัญหานักเตะบาดเจ็บรุมเร้าจนทำให้ อันโดนี่ อิราโอล่า ไม่สามารถใช้งาน โดมินิก โซบอสไล รวมถึงต้องรอเช็คความฟิตของสองสตาร์ดังอย่าง โคดี้ กัคโป และ อเล็กซานเดอร์ อิซัค ทว่าศักยภาพโดยรวมของทัพ "หงส์แดง" ยังคงเหนือกว่าอย่างชัดเจน โดยเฉพาะแดนกลางที่มี อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ กับ ไรอัน กราเฟนแบร์ก คุมเกม ผสานงานกับตัวรุกระดับท็อปอย่าง ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ และ แบรดลี่ย์ บาร์โคล่า ที่พร้อมป้อนบอลให้ ลูอิส คูมาส เข้าทำ นอกจากนี้ประวัติศาสตร์ยังบ่งบอกว่าพวกเขาไม่เคยบุกมาปราชัยบนแผ่นดินออสเตรียเลยในเกมทางการ และเคยบุกมายิงเอาชนะคู่แข่งรายนี้ถึงถิ่น ไรฟ์ไฟเซน อารีน่า มาแล้วในอดีต เมื่อชั่งน้ำหนักคุณภาพขุมกำลังและระบบการเล่น เชื่อว่ายอดทีมจากเมอร์ซีย์ไซด์จะสามารถบุกมาคว้าชัยชนะเก็บสามแต้มกลับออกไปได้อย่างเด็ดขาด
คาดการณ์สกอร์ : แอลเอเอสเค ลินซ์ 1-3 ลิเวอร์พูล
ข้อมูลที่น่าสนใจ
ลิเวอร์พูล ชนะ : ทัพ "หงส์แดง" มีสถิติที่ยอดเยี่ยมยามดวลสโมสรจากออสเตรีย โดยชนะถึง 8 จาก 10 ครั้งหลังสุด และไม่เคยแพ้ในประเทศนี้เลย ขณะที่เจ้าถิ่นฟอร์มกำลังทรุดไม่ชนะใครมา 4 เกมรวดและไม่เคยชนะทีมจากอังกฤษได้เลยในประวัติศาสตร์
สกอร์สูง/ต่ำ (Over/Under 2.75 Goals) : สูง : จากการคาดการณ์สกอร์ที่ ลิเวอร์พูล บุกชนะ 1-3 ทำให้มีประตูรวมเกิดขึ้นถึง 4 ลูก ซึ่งสูงกว่าอัตราที่กำหนด เนื่องจากเจ้าบ้านมีสถิติเสียประตูนอกบ้านและในรังยามเจอทีมอังกฤษเฉลี่ยสูง ขณะที่แนวรุกทีมเยือนมีทีเด็ดจากผู้เล่นอย่าง ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ ที่สร้างสรรค์โอกาสได้ตลอด
Both Teams to Score (BTTS) : YES : แม้ว่าแนวรับทีมเยือนจะมีมาตรฐานที่ดี แต่นัดล่าสุดเพิ่งเสียประตูมาในลีก ประกอบกับเจ้าถิ่นมีศูนย์หน้าร่างโย่งอย่าง ซาซ่า คาลัดจ์ซิช ที่พร้อมเล่นงานลูกกลางอากาศ ทำให้มีโอกาสที่ทั้งสองทีมจะทำประตูกันได้ทั้งสองฝั่ง
ลิเวอร์พูล ได้ประตูแรก : ขุนพลทีมเยือนกำลังต้องการประตูขึ้นนำเพื่อเรียกความมั่นใจกลับมาอย่างรวดเร็ว โดยมีแนวรุกความเร็วสูงอย่าง แบรดลี่ย์ บาร์โคล่า และจอมทัพอย่าง ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ ที่พร้อมเจาะแนวรับเจ้าถิ่น จึงมีโอกาสสูงที่จะพังประตูออกนำได้ก่อน
