
"ไก่เดือยทอง" จมบ๊วยไร้ชัยหลังพิงฝาล่าสามแต้มเปิดรังดักขย้ำ "ช้างกระทืบโรง" กำลังคึกหวังเฮสามนัดติด
พรีเมียร์ลีก อังกฤษ | สเปอร์ส VS โคเวนทรี่ | เกมนัดที่ 7 | วันจันทร์ที่ 19 ตุลาคม 2026
พรีวิว
โรแบร์โต้ เด แซร์บี้ กุนซือเก้าอี้ร้อนของ สเปอร์ส หวังนำทัพขึ้นสวรรค์ชั้นเจ็ดเพื่อปลดล็อกเก็บชัยชนะนัดแรก เมื่อทัพ "ไก่เดือยทอง" เตรียมเปิดรังต้อนรับการมาเยือนของ โคเวนทรี่ ในศึกลอนดอนเหนือคืนวันจันทร์นี้บนเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ โดยเจ้าถิ่นยังสะกดคำว่าชนะไม่เป็นตลอด 6 นัดแรกในลีกสูงสุดฤดูกาล 2026-27 ขณะที่ลูกทีมของ แฟร้งค์ แลมพาร์ด กำลังตามล่าชัยชนะนัดที่ 3 ติดต่อกันในลีกอย่างเหลือเชื่อ
แมตซ์ พรีวิว
สเปอร์ส
เมื่อถึงเวลาที่ สเปอร์ส ต้องลงสนาม ณ สังเวียนลอนดอนเหนือในค่ำคืนวันจันทร์ ลูกทีมของ โรแบร์โต้ เด แซร์บี้ อาจต้องเผชิญกับความอัปยศในการเป็นเพียงทีมเดียวในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำฤดูกาล 2026-27 ที่ยังไม่ชนะใครเลย หากว่า บอร์นมัธ สามารถเอาชนะ ซันเดอร์แลนด์ ได้ในวันอาทิตย์ หลังจากที่ ฟูแล่ม เพิ่งเอาชนะ ฮัลล์ ซิตี้ ไปเมื่อวันเสาร์ อย่างไรก็ตาม แฟนบอลของทัพ "ไก่เดือยทอง" ที่เดินทางไปเชียร์ทีมที่สนาม โอลด์แทรฟฟอร์ด เมื่อสุดสัปดาห์ก่อนต่างรู้สึกว่าทีมของพวกเขาได้หนึ่งแต้มสำคัญมากกว่าการเสียสองแต้มในการดวลกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อ โดมินิก โซลันกี้ สวมบทฮีโร่ซัดประตูตีเสมอ 1-1 ในช่วงท้ายเกมอย่างสุดดราม่า หลังจากที่ โรดริโก้ เบนตานกูร์ โดนใบแดงไล่ออกอย่างไม่น่าให้อภัย แม้ว่าทีมจะยังจมอยู่อันดับ 20 ของตารางคะแนน โดยมีผลต่างประตูได้เสียเป็นรอง บอร์นมัธ ทว่าทิศทางของทีมเริ่มส่งสัญญาณไปในทางบวกทีละน้อย หากมองในแง่ดี พวกเขาเพิ่งปราชัยเพียงแค่นัดเดียวจาก 4 เกมลีกหลังสุด และพังตาข่ายไปถึง 4 ลูกจาก 3 นัดหลัง หลังจากที่เป้าสะอาดเจาะตาข่ายใครไม่ได้เลยตลอด 3 เกมก่อนหน้านั้นยามพบกับ เอฟเวอร์ตัน, น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ และ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด อย่างไรก็ตาม ปัญหาความไร้ความเฉียบคมยังคงเป็นจุดบกพร่องใหญ่ เมื่อพวกเขามีค่าความน่าจะเป็นในการทำประตูต่ำกว่าเป้าหมายถึง 3.9 ลูก โดยมีเพียง ซันเดอร์แลนด์ (-4.3) และ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ (-5.1) เท่านั้นที่ใช้โอกาสเปลืองกว่าพวกเขาตลอด 6 นัดแรก
โคเวนทรี่
จำนวนประตูรวมทั้งฤดูกาลของเจ้าบ้านที่ทำได้เพียง 3 ลูก โดน โคเวนทรี่ ทำลายลงได้ภายในเวลาเพียง 90 นาทีในเกมล่าสุดที่พบกับ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ซึ่งทัพสาลิกาดงที่เพิ่งโดน ลีดส์ ยูไนเต็ด ถล่มยับเยิน ต้องมาเผชิญกับฝันร้ายนอกบ้านอีกครั้งที่สนาม ซีบีเอส อารีน่า ในศึกมันเดย์ไนท์ โดยได้ประตูจาก แจ็ค รูโดนี่, ซิดิกี้ เชอริฟ, เอลลิส ซิมส์ และ สตีเฟ่น เอ็มฟูนี ช่วยกันพาทีมถล่มขาดลอย 4-1 ซึ่งนับเป็นชัยชนะสองนัดติดต่อกันของทัพ "ช้างกระทืบโรง" ต่อยอดจากการเปิดบ้านเฉือน น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 1-0 ก่อนช่วงเบรกทีมชาติ ซึ่งเป็นชัยชนะนัดแรกบนลีกสูงสุดในรอบหนึ่งในสี่ของศตวรรษ ทั้งนี้พวกเขากลายเป็นหนึ่งในสามทีมของลีกร่วมกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน ที่คว้าชัยชนะได้ทั้งในนัดที่ 5 และ 6 ส่งผลให้ลูกทีมของ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ทะยานขึ้นมารั้งอันดับ 14 และมีแต้มทิ้งห่างโซนตกชั้น 3 คะแนน ย้อนกลับไปครั้งสุดท้ายที่พวกเขาชนะในลีกสูงสุด 3 นัดรวดต้องย้อนไปถึงเดือนกุมภาพันธ์ 1998 ซึ่งครั้งนั้นชนะรวดถึง 5 นัด ทว่าสถิติการพบกันกลับเป็นฝั่งเจ้าถิ่นที่ข่มมิด เมื่อเก็บชัยชนะเหนือทีมเยือนได้ตลอด 5 นัดหลังสุดระหว่างปี 2001 ถึง 2024 โดยครั้งล่าสุดเฉือนชนะ 2-1 ในศึก อีเอฟแอล คัพ เมื่อสองปีก่อน จากประตูช่วงท้ายเกมของ เบรนแนน จอห์นสัน และ เจด สเปนซ์
สภาพความพร้อมของทีม
สเปอร์ส
โรแบร์โต้ เด แซร์บี้ ต้องเจอกับข่าวร้ายสองเด้งในการแถลงข่าวเมื่อวันอาทิตย์ เมื่อยืนยันว่าทั้ง ซาวิโอ ที่เจ็บกล้ามเนื้อ และ ลูคัส เบิร์กวัลล์ ดาวรุ่งชาวสวีเดนที่เจ็บเข่า ต่างหมดสิทธิ์ลงสนามทั้งคู่ ขณะที่ เปโดร ปอร์โร่ ยังไม่พร้อมคัมแบ็กจากปัญหาเจ็บกล้ามเนื้อ ทว่ามีข่าวดีเมื่อ เดยัน คูลูเซฟสกี้ หายเจ็บหัวเข่าพร้อมกลับมามีชื่อที่ม้านั่งสำรองเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 500 วัน ด้าน มิไคโล มูดริค (ข้อเท้า), วิลสัน โอโดแบร์ (หัวเข่า) และ ชาบี ซิมอนส์ (หัวเข่า) พักรักษาตัวทั้งหมด เช่นเดียวกับ โรดริโก้ เบนตานกูร์ ที่ติดโทษแบน 3 นัดจากการเอาศีรษะไปโขกใส่ ลุค ชอว์ ในเกมนัดก่อน อย่างไรก็ดี คาดว่าจะมีการปรับแดนกลางด้วยการส่ง เจมส์ แมดดิสัน ลงออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในลีกนัดแรกของฤดูกาลแทนที่ของ คอนอร์ กัลลาเกอร์
โคเวนทรี่
ทางฝั่ง โคเวนทรี่ ได้ตัว ไทโว อโวนิยี่ พ้นโทษแบน 3 นัดกลับคืนสู่ทีม ทว่าต้องเจองานหนักในการแย่งชิงตำแหน่งตัวจริงกับ ซิดิกี้ เชอริฟ หรือ เอลลิส ซิมส์ ที่เพิ่งพังประตูใส่ทีมดังแดนอีสานมาด้วยกันทั้งคู่ นอกจากนี้ยังได้ เคน เคสเลอร์-เฮย์เด้น สลัดอาการบาดเจ็บแฮมสตริงกลับมาเป็นตัวเลือก ทว่ายังคงไร้ชื่อของ ลุค วูลเฟนเดน (หัวเข่า), ออเรล อเมนด้า (น่อง), จอช เอคเคิลส์ (ข้อเท้า) และ ฮาจิ ไรท์ (ต้นขา) ที่เดี้ยงทั้งหมด แม้ระบบการเล่นแบบ 4-2-3-1 จะให้ผลตอบแทนยอดเยี่ยมในเกมนัดก่อน ทว่าตำนานแข้งของ เชลซี อาจปรับมาใช้ระบบเซนเตอร์แบ็กสามคน โดยส่ง สตีเฟ่น เอ็มฟูนี ลงสนามแทนที่ของ เอฟรอน เมสัน-คลาร์ก
คาดการณ์ผู้เล่น
สเปอร์ส : คินสกี้; เกรย์, ฟาน เฮคเก้, ฟาน เดอ เฟน, อูโดกี้; แฟร์นานเดส, โตนาลี่; คูดุส, แมดดิสัน, มาร์มูช; โซลันกี้
โคเวนทรี่ : รัชเวิร์ธ; เอ็มฟูนี, โทมัส, พินน็อก; ฟาน เอเวค, ไกรมส์, เยเรนคี, เดซิลวา; โทมัส-อาซันเต, รูโดนี่; เชอริฟ
วิเคราะห์คาดการณ์
สเปอร์ส ภายใต้การกุมบังเหียนของ โรแบร์โต้ เด แซร์บี้ ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องสู้ตายหลังจมอยู่อันดับสุดท้ายของตารางและยังสะกดคำว่าชนะไม่เป็นในลีก ทว่าพวกเขากำลังได้แรงฮึดจากเกมบุกแบ่งแต้มจากทีมใหญ่มาได้ในนาทีบาป อีกทั้งสถิติการเล่น 4 นัดหลังแพ้ไปเพียงเกมเดียวและแนวรุกเริ่มคลำเป้าเจอซัดไป 4 ประตูจาก 3 นัดหลัง แม้ว่าจะมีปัญหาขุมกำลังพิการขาดทั้ง โรดริโก้ เบนตานกูร์ ที่ติดแบน รวมถึง ซาวิโอ, ลูคัส เบิร์กวัลล์ และ ชาบี ซิมอนส์ แต่การได้ เจมส์ แมดดิสัน กลับมาขับเคลื่อนเกมรุกร่วมกับ โมฮัมเหม็ด คูดุส, โอมาร์ มาร์มูช และหน้าเป้าอย่าง โดมินิก โซลันกี้ ยังทำให้ศักยภาพเกมรุกดูวูบวาบและเหนือกว่าผู้มาเยือน สวนทางกับทางด้าน โคเวนทรี่ ของกุนซือ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ที่กำลังคึกคักอย่างยิ่งหลังชนะมาสองเกมรวดและเพิ่งระเบิดฟอร์มรัวยิงถึง 4 ลูก โดยมีตัวจบสกอร์ฟอร์มสดทั้ง ซิดิกี้ เชอริฟ และ เอลลิส ซิมส์ ทว่าจุดอ่อนสำคัญคือสถิติการพบกันที่เป็นรองอย่างมหาศาล หลังปราชัยต่อทัพไก่เดือยทองมาตลอด 5 ครั้งหลังสุดที่พบกัน ซ้ำยังมีผู้เล่นบาดเจ็บรบกวนหลายจุดทั้งแนวรับและแดนกลาง เมื่อนำคุณภาพและเกรดบอลของผู้เล่นมาเทียบกับแรงกระหายในการหนีบ๊วยของเจ้าถิ่น เชื่อว่าเจ้าบ้านจะอาศัยความหลากหลายและจังหวะเข้าทำที่เฉียบคมกว่า เดินหน้าเปิดเกมรุกบดขยี้แนวรับทีมเยือนและเบียดคว้าสามแต้มแรกของฤดูกาลได้สำเร็จ
คาดการณ์สกอร์ : สเปอร์ส 2-1 โคเวนทรี่
ข้อมูลที่น่าสนใจ
สเปอร์ส ชนะ : ทัพ "ไก่เดือยทอง" ครองสถิติข่มมิดยามดวลกับ โคเวนทรี่ หลังกวาดชัยชนะมาได้ตลอด 5 ครั้งหลังสุดที่พบกันในทุกรายการ ขณะที่แรงจูงใจในการหนีอันดับบ๊วยจะผลักดันให้เจ้าถิ่นเปิดรังคว้าชัย
สกอร์สูง/ต่ำ (Over/Under 2.75 Goals) : สูง : เจ้าบ้านเริ่มทำประตูได้สม่ำเสมอยิงไป 4 ลูกจาก 3 เกมหลัง ขณะที่ทีมเยือนเพิ่งระเบิดฟอร์มซัดไปถึง 4 ประตูในเกมลีกนัดล่าสุด ทำให้มีโอกาสเปิดหน้าแลกจนเกิดสกอร์รวมเกิน 2 ประตู
Both Teams to Score (BTTS) : YES : ขุนพล "ช้างกระทืบโรง" กำลังเข้าฝักในจังหวะจบสกอร์และยิงได้ถึง 5 ลูกจากสองนัดหลัง ส่วนเจ้าถิ่นมีแนวรุกชั้นยอดแต่เกมรับยังเสียประตูง่าย จึงน่าจะมีการพังตาข่ายเกิดขึ้นจากทั้งสองฝั่ง
สเปอร์ส ได้ประตูแรก : เจ้าถิ่นลงเล่นต่อหน้าแฟนบอลด้วยความมุ่งมั่นขั้นสูงสุดเพื่อปลดล็อกชัยชนะนัดแรก น่าจะเปิดเกมรุกบุกกดดันใส่แผงหลังทีมเยือนตั้งแต่ต้นเกม และมีโอกาสชิงจังหวะทำประตูออกนำไปได้ก่อน
