
"แมวดำ" หวังใช้ทีเด็ดคัมแบ็กเปิดรังขย้ำ "ตราเสือ" ที่กำลังเหนียวแน่นไม่เสียประตูสามเกมติด เพื่อแย่งตั๋วรอบ 16 ทีม
คาราบาว คัพ อังกฤษ | ซันเดอร์แลนด์ VS ฮัลล์ ซิตี้ | รอบที่ 3 | วันอังคารที่ 8 กันยายน 2026 |
พรีวิว
สองทีมจากเวทีสูงสุดอย่าง ซันเดอร์แลนด์ และ ฮัลล์ ซิตี้ ต้องโคจรมาปะทะแข้งกันในศึก อีเอฟแอล คัพ หรือ คาราบาว คัพ อังกฤษ รอบที่สาม ณ สนาม สเตเดียม ออฟ ไลต์ โดยทั้งคู่ต่างเคยผลัดกันคว้าชัยชนะมาทีมละครั้งจากการเจอกันสองหนก่อนหน้านี้ในรายการลีกคัพ และคราวนี้ทั้งทัพ "แมวดำ" กับพลพรรค "ตราเสือ" ต้องทุ่มเทสุดกำลังเพื่อตีตั๋วผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายให้สำเร็จ
แมตซ์ พรีวิว
ซันเดอร์แลนด์
หลังจากสร้างผลงานอันยอดเยี่ยมตลอดช่วงสองฤดูกาลที่ผ่านมา ทัพ "แมวดำ" ซันเดอร์แลนด์ เริ่มต้นฤดูกาลปัจจุบันได้อย่างมั่นคงด้วยการเก็บไปแล้ว 4 คะแนนจากทั้งหมด 9 คะแนนในศึก พรีเมียร์ลีก โดยสามารถแก้ตัวจากความพ่ายแพ้ในนัดเปิดสนามต่อ อิปสวิช ทาวน์ ด้วยการเปิดบ้านเอาชนะ ฟูแลม ก่อนจะบุกไปแบ่งแต้มกับ เบรนท์ฟอร์ด ได้สำเร็จเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา แม้พวกเขาจะตกเป็นฝ่ายตามหลังไปก่อนหลังเริ่มครึ่งหลังได้ไม่นาน ทว่าจุดโทษช่วงท้ายเกมของ เอ็นโซ เลอ ฟี ก็ช่วยกอบกู้หนึ่งคะแนนล้ำค่ากลับออกมา แสดงให้เห็นถึงหัวจิตหัวใจอันแข็งแกร่งของทีมอีกครั้ง ทั้งนี้ นับตั้งแต่เลื่อนชั้นกลับคืนสู่ลีกสูงสุดของ อังกฤษ เมื่อช่วงซัมเมอร์ปีที่แล้ว ไม่มีสโมสรใดที่สามารถเก็บแต้มจากสถานการณ์ที่เป็นฝ่ายตามหลังได้มากกว่า ซันเดอร์แลนด์ อีกแล้ว ซึ่งความทรหดอดทนนี้เองที่เป็นกุญแจสำคัญช่วยให้พวกเขาคว้าโควตาฟุตบอลยุโรปมาครองได้เมื่อเดือนพฤษภาคม โดยท่ามกลางโปรแกรมลีกสุดหินที่ต้องดวลกับ อาร์เซนอล และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กุนซือ เรจิส เลอ บรีส์ กำลังจะพาทีมลงเล่นเกมประเดิมสนามในศึก ยูโรปาลีก ดวลกับ อาแซด อัลค์มาร์ ที่สนาม สเตเดียม ออฟ ไลต์ แต่ก่อนจะถึงเวลานั้น พวกเขาต้องลงสนามพบกับ ฮัลล์ ซิตี้ ในถ้วย คาราบาว คัพ อังกฤษ เสียก่อน หลังจากได้รับสิทธิ์บายผ่านเข้ามาเล่นในรอบที่สามโดยอัตโนมัติจากโควตาทีมลุยฟุตบอลสโมสรยุโรป
ฮัลล์ ซิตี้
การเจอกันในวันอังคารนี้ถือเป็นการพบกันครั้งที่สามในรายการนี้ระหว่างทั้งสองทีม ซึ่งทัพ "แมวดำ" เคยคว้าชัยชนะ 2-1 ในรอบนี้เมื่อฤดูกาล 1961-62 ขณะที่ทัพ "ตราเสือ" เป็นฝ่ายดวลจุดโทษเอาชนะไปได้ในรอบแรกเมื่อหกปีก่อน และการดวลเป้าชี้ขาดก็เพิ่งช่วยให้ ฮัลล์ ซิตี้ ผ่านด่าน สโตก ซิตี้ มาได้ในรอบที่ผ่านมา ทำให้เวลานี้พวกเขากำลังมองหาโอกาสผ่านเข้ารอบที่สี่เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2016 อันที่จริงแล้ว สโมสรจากแถบ ยอร์กเชียร์ ทีมนี้ ไม่สามารถเอาชนะคู่แข่งในการแข่งขัน อีเอฟแอล คัพ ภายในเวลาปกติ 90 นาที ได้เลยตลอด 10 นัดหลังสุด เนื่องจากชัยชนะทั้ง 3 นัดในช่วงเวลาดังกล่าวล้วนมาจากการดวลจุดโทษตัดสินทั้งสิ้น อย่างไรก็ตาม แม้จะถูกคาดหมายอย่างกว้างขวางก่อนเปิดฤดูกาลว่าจะต้องดิ้นรนหนีการตกชั้น ทว่า ฮัลล์ ซิตี้ กลับออกสตาร์ทการคัมแบ็กสู่ พรีเมียร์ลีก ได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการโกยไปแล้วถึง 7 คะแนน และเป็นหนึ่งในสี่ทีมที่ชนะรวด 100% จากสองเกมแรกหลังปราบทั้ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ โคเวนทรี ซิตี้ ก่อนที่ลูกทีมของ เซอร์เกย์ ยาคิโรวิช จะเปิดรังยันเสมอ แอสตัน วิลลา แบบไร้สกอร์ 0-0 เมื่อวันเสาร์ แม้จะต้องยอมเป็นฝ่ายครองบอลน้อยกว่า ทว่าการเก็บคลีนชีตไม่เสียประตูได้เป็นนัดที่สามติดต่อกันแสดงให้เห็นถึงระเบียบวินัยในเกมรับภายใต้การคุมทัพของกุนซือชาว บอสเนีย อย่าง ยาคิโรวิช ได้เป็นอย่างดี ซึ่งน่าจะมีการปรับเปลี่ยนขุมกำลังหลายตำแหน่งสำหรับเกมนัดกลางสัปดาห์นี้
สภาพความพร้อมของทีม
ซันเดอร์แลนด์
ด้วยโปรแกรมหนักสามนัดรวดที่กำลังรออยู่เบื้องหน้า กุนซือ เลอ บรีส์ น่าจะตัดสินใจโรเตชันผู้เล่นด้วยการให้โอกาสแข้งตัวสำรองลงสนาม รวมถึง มาลิค โฟฟานา ปีกตัวใหม่ที่ดึงเข้ามาเสริมทัพในวันปิดตลาดซื้อขายนักเตะ ส่วนผู้เล่นใหม่อีกรายอย่าง เควิน ดานโซ เพิ่งได้ประเดิมสนามไปแล้วในเกมพบ เบรนท์ฟอร์ด ขณะที่ โอมาร์ อัลเดเรเต มีลุ้นสลัดปัญหาความฟิตกลับมาประจำการในตำแหน่งเซนเตอร์แบ็กตัวจริงให้ทัพเจ้าบ้าน อย่างไรก็ดี ซันเดอร์แลนด์ จะหมดสิทธิ์ใช้งานมิดฟิลด์ทีมชาติ เซเนกัล อย่าง ฮาบิบ ดิยาร์รา ยาวนานถึงสองเดือน หลังได้รับบาดเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลังมาจากเกมที่เจ๊ากับ ฟูแลม
ฮัลล์ ซิตี้
ทัพ "ตราเสือ" กำลังเผชิญหน้ากับปัญหานักเตะบาดเจ็บระนาว โดยมีรายชื่อผู้เล่นที่ไม่พร้อมลงสนามยาวเป็นหางว่าว ไม่ว่าจะเป็น แจ็ค บัตแลนด์, ออสการ์ ซัมบราโน, ชาร์ลี ฮิวจ์ส, ดาร์โก กยาบี และ ฮิเดมาสะ โมริตะ แต่ยังมีข่าวดีให้ชื่นใจอยู่บ้างเมื่อ โจ เกลฮาร์ดต์ สามารถกลับมาลงฝึกซ้อมเต็มรูปแบบได้แล้ว และพร้อมลงขับเคี่ยวแย่งตำแหน่งในทีมเยือนกับบรรดาแข้งใหม่ที่เพิ่งดึงเข้ามาเมื่อช่วงซัมเมอร์ ซึ่งมีทั้ง ทิม อิโรเอ็กบูนัม, โรบินโญ วาซ, ซอร์บา โธมัส และ บรูค นอร์ตัน-คัฟฟี ที่ย้ายมาร่วมทัพในวันสุดท้ายของตลาด โดยรายหลังสุดมีโอกาสสูงที่จะได้ลงสนามเสียบแทน ลูวี คอยล์ ในตำแหน่งวิงแบ็กฝั่งขวา
คาดการณ์ผู้เล่น
ซันเดอร์แลนด์ : เอลล์บอร์ก; มูคิเอเล, อัลเดเรเต, โอนีน, เมธาลี; อาโฮกา, ซาดิกิ; ฮูม, เลอ ฟี, โฟฟานา; อิซิดอร์
ฮัลล์ ซิตี้ : โซลาคิส; อีแกน, แม็คแนร์, เฮอร์ริงตัน; นอร์ตัน-คัฟฟี, อิโรเอ็กบูนัม, ฮเยร์โต-ดาห์ล, ทาร์เก็ตต์; โธมัส, มิลลาร์; โช
วิเคราะห์คาดการณ์
การโคจรมาพบกันในศึกฟุตบอลถ้วยคู่นี้ถือเป็นเกมที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากฟอร์มโดยรวมของทั้งสองทีมกำลังอยู่ในช่วงที่มั่นใจด้วยกันทั้งคู่ โดยทางฝั่งเจ้าถิ่นอย่าง ซันเดอร์แลนด์ ภายใต้การวางหมากของกุนซือ เรจิส เลอ บรีส์ มีจุดเด่นสำคัญอยู่ที่หัวจิตหัวใจความเป็นนักสู้ที่ไม่เคยยอมแพ้ง่ายๆ ดังจะเห็นได้จากสถิติอันยอดเยี่ยมในการพลิกสถานการณ์กลับมาเก็บคะแนนได้บ่อยครั้งยามตกเป็นฝ่ายตามหลัง แม้ในนัดนี้จำเป็นจะต้องหมุนเวียนผู้เล่นสำรองลงสนามเพื่อเก็บความสดของแกนหลักไว้รับมือโปรแกรมหินทั้งกับ อาร์เซนอล, แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และศึก ยูโรปาลีก ที่ต้องพบ อาแซด อัลค์มาร์ แต่ศักยภาพของผู้เล่นใหม่อย่าง มาลิค โฟฟานา และความเก๋าของ เอ็นโซ เลอ ฟี ยังถือเป็นอาวุธเด็ดที่พร้อมสร้างความแตกต่างได้เสมอ ขณะที่ทีมเยือนอย่าง ฮัลล์ ซิตี้ แม้จะออกสตาร์ทฤดูกาลได้อย่างร้อนแรงเกินความคาดหมายด้วยการเก็บไปถึง 7 แต้ม และยังคงรักษาสถิติไม่เสียประตูมาได้สามเกมติดต่อกัน ทว่าขุมกำลังของกุนซือ เซอร์เกย์ ยาคิโรวิช กำลังเผชิญกับวิกฤตอาการบาดเจ็บเล่นงานผู้เล่นตัวหลักหลายรายพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็น แจ็ค บัตแลนด์, ออสการ์ ซัมบราโน, ชาร์ลี ฮิวจ์ส, ดาร์โก กยาบี รวมถึง ฮิเดมาสะ โมริตะ อีกทั้งยังมีสถิติที่ไม่สู้ดีนักในรายการนี้เมื่อไม่สามารถคว้าชัยชนะในเวลาปกติ 90 นาทีมาได้ถึง 10 นัดติดต่อกันแล้ว เมื่อนำข้อมูลมาพิจารณาประกอบกันอย่างละเอียดแล้ว มองว่าทัพ "แมวดำ" ที่ได้เปรียบจากการลงเล่นในรังเหย้า สเตเดียม ออฟ ไลต์ บวกกับความเฉียบคมในจังหวะทีเด็ดทีขาด น่าจะใช้ความมุ่งมั่นและความลงตัวที่มากกว่า เจาะผ่านระเบียบเกมรับที่กำลังเริ่มล้าของทัพ "ตราเสือ" ไปได้ในท้ายที่สุด พร้อมคว้าชัยชนะในเวลาปกติเพื่อทะลุผ่านเข้าสู่รอบถัดไปตามเป้าหมาย
คาดการณ์สกอร์ : ซันเดอร์แลนด์ 2-1 ฮัลล์ ซิตี้
ข้อมูลที่น่าสนใจ
ซันเดอร์แลนด์ ชนะ : ทัพ "แมวดำ" มีความได้เปรียบจากการเล่นในถิ่น สเตเดียม ออฟ ไลต์ อีกทั้ง ฮัลล์ ซิตี้ ต้องเผชิญปัญหาแข้งตัวหลักบาดเจ็บพร้อมกันหลายราย และทีมเยือนมีสถิติไม่ชนะใครในเวลาปกติของรายการนี้มาถึง 10 นัดติด
สกอร์สูง/ต่ำ (Over/Under 2.5 Goals) : สูง : ทั้งสองทีมต่างมีการปรับเปลี่ยนแผงแนวรับและโรเตชันผู้เล่นหลายราย ประกอบกับ ซันเดอร์แลนด์ มีเกมรุกที่สร้างสรรค์โอกาสยิงประตูได้ดี จึงมีโอกาสสูงที่เกมจะเปิดแลกกันจนสกอร์รวมเกิน 2.5 ประตู
Both Teams to Score (BTTS) : ใช่ : ซันเดอร์แลนด์ แสดงให้เห็นถึงพลังฮึดยิงประตูท้ายเกมมาโดยตลอด ขณะที่ ฮัลล์ ซิตี้ เองก็มีผู้เล่นตัวรุกรายใหม่อย่าง ซอร์บา โธมัส และได้ โจ เกลฮาร์ดต์ กลับมาช่วยทีม ทำให้มีลุ้นทำประตูใส่กันได้ทั้งสองฝั่ง
ซันเดอร์แลนด์ ได้ประตูแรก : เจ้าถิ่นมักจะเปิดเกมรุกเข้ากดดันอย่างหนักตั้งแต่ต้นเกมท่ามกลางเสียงเชียร์ในบ้าน น่าจะเป็นฝ่ายชิงจังหวะพังประตูขึ้นนำทัพ "ตราเสือ" ไปได้ก่อน
