
"ไวกิ้ง เอฟเค" ลั่นกลองรบเฝ้ารังรอเชือด "ซานเดฟยอร์ด" หมายมั่นปั้นมือทวงคืนบัลลังก์จ่าฝูง
นอร์เวย์ อีลิทเซเรียน | ไวกิ้ง เอฟเค VS ซานเดฟยอร์ด | เกมสัปดาห์ที่ 13 | วันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคม 2026
พรีวิว
ศึกฟุตบอล นอร์เวย์ อีลิทเซเรียน โปรแกรมสัปดาห์ที่ 13 เกมนัดสำคัญ ณ สนาม ไลส์ อาเรน่า เจ้าบ้าน ไวกิ้ง เอฟเค ทีมรองจ่าฝูงที่เพิ่งเสียตำแหน่งผู้นำไป พร้อมเปิดรังรับมือ ซานเดฟยอร์ด ทีมอันดับ 9 ของตาราง โดยฝั่งทัพนักเตะเมืองสตาร์แวนเจอร์หวังจะใช้เกมนี้คว้าชัยชนะเพื่อทะยานกลับไปยึดอันดับที่ 1 ของตารางให้ได้อีกครั้ง หลังจากสัปดาห์ที่แล้วบุกไปสะดุดพ่าย ชาร์ปบอร์ก 1-0 ส่วนทางด้านผู้มาเยือนเพิ่งทำได้เพียงเปิดบ้านเสมอกับ ฮามคาม 2-2 ในเกมล่าสุด
แมตซ์ พรีวิว
ไวกิ้ง เอฟเค
เจ้าถิ่นเพิ่งยุติการรอคอยอันยาวนาน 34 ปี ด้วยการผงาดคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของนอร์เวย์มาครองได้สำเร็จในปี 2025 โดยเอาชนะ โบโด/กลิมท์ ไปเพียงคะแนนเดียว และในฤดูกาลนี้พวกเขายังคงอยู่ในเส้นทางที่ยอดเยี่ยมในการป้องกันแชมป์ นอร์เวย์ อีลิทเซเรียน ผลงานชนะ 9 จาก 11 นัดในลีก (แพ้ 2) ทำให้มีแต้มตามหลังจ่าฝูง ทรอมโซ่ เพียงคะแนนเดียวเท่านั้น แถมยังแข่งน้อยกว่าถึง 3 นัด ทำให้พวกเขามีกำไรในมือค่อนข้างมาก เกมล่าสุดลูกทีมของ มอร์เทน เจนเซ่น บุกไปพ่าย ชาร์ปบอร์ก 1-0 ทั้งที่ครองบอลได้ถึง 60% แต่กลับสร้างจังหวะอันตรายได้น้อยโดยมีค่าความน่าจะเป็นในการได้ประตูเพียง 0.86 เท่านั้น ส่งผลให้ทีมปืนฝืดทำประตูไม่ได้เป็นครั้งแรกในรอบกว่าหนึ่งปี ซึ่งหนล่าสุดที่ยิงไม่ได้ก็คือการแพ้ ชาร์ปบอร์ก 1-0 ในรายการ นอร์เวย์ คัพ เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2025 ทำให้เวลานี้พวกเขารอดพ้นชัยชนะมา 2 นัดติดต่อกันรวมทุกรายการ หลังจากก่อนหน้านี้เคยทำสถิติชนะรวดในลีกมา 9 นัดติด อย่างไรก็ตาม การได้กลับมาเล่นที่สนาม ไลส์ อาเรน่า ถือเป็นข้อได้เปรียบมหาศาล เพราะฤดูกาลนี้พวกเขากวาดชัยชนะในบ้านมา 5 นัดรวดเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์
ซานเดฟยอร์ด
ทีมเยือนกำลังเผชิญหน้ากับโปรแกรมการออกเยือนที่ยากลำบากเหลือเกิน หลังจากการเล่นเกมนอกบ้าน 3 นัดหลังสุดในลีกพ่ายแพ้รวดให้กับ ทรอมโซ่, ลีลล์สตรอม และ โมลด์ ซึ่งการต้องบุกมาเยือนทีมในกลุ่มท็อปไฟว์อีกครั้งในสัปดาห์นี้จึงไม่ใช่เรื่องง่าย ปัญหากลืนไม่เข้าคายไม่ออกยามเล่นนอกบ้านส่งผลให้พวกเขาไม่ชนะใครมา 4 นัดติดต่อกันในลีก โดยเป็นการแพ้สลับกับเสมอ ล่าสุดทำได้เพียงเปิดรังเจ๊า ฮามคาม 2-2 ทั่งที่ต้องเล่น 10 คนตั้งแต่นาทีที่ 54 เนื่องจาก ยาค็อบ เวสเตอร์ โดนใบแดงไล่ออกจากสนาม แม้ว่าพวกเขาจะนำก่อนจาก เบนดิก เบิร์นเซน และได้ เอ็ดวาร์ด เพ็ตเตอร์เซน ยิงให้ทีมนำอีกครั้ง แต่ก็มาโดนทีเด็ดท้ายเกมช่วงทดเจ็บจนชวด 3 แต้ม ปัจจุบันทีมจากเวสต์โฟลด์มีปัญหาความไม่สมดุลของรุกและรับ โดย 4 นัดหลังสุดเสียประตู 2 ลูกขึ้นไปถึง 3 เกม และสถิติระบุว่าชัยชนะ 3 นัดหลังสุดของพวกเขาต้องพึ่งการเก็บคลีนชีตเท่านั้น หากนัดนี้แนวรับหละหลวมก็มีสิทธิ์ปราชัยซ้ำซ้อนและอาจโดนกดดันให้เข้าใกล้พื้นที่เพลย์ออฟตกชั้น เนื่องจากเวลานี้มีแต้มเหนืออันดับ 14 อย่าง เคเอฟยูเอ็ม ออสโล เพียง 3 คะแนน ยิ่งไปกว่านั้นสถิติปูมหลังยังเป็นรองสุดกู่ โดยไม่ชนะ ไวกิ้ง เอฟเค มา 7 นัดหลังสุดที่พบกัน และเป็นการพ่ายแพ้ไปถึง 6 นัดรวด รวมถึงเกมล่าสุดที่แพ้ 2-1 และการมาเยือนสนามแห่งนี้หนล่าสุดก็แพ้กลับไป 3-1
ฟอร์มล่าสุด
ไวกิ้ง เอฟเค (นอร์เวย์ อีลิทเซเรียน) : ชนะ ชนะ ชนะ ชนะ ชนะ แพ้
ไวกิ้ง เอฟเค (ทุกรายการ) : ชนะ ชนะ ชนะ ชนะ เสมอ แพ้
ซานเดฟยอร์ด (นอร์เวย์ อีลิทเซเรียน) : ชนะ ชนะ แพ้ เสม้ แพ้ เสมอ
สภาพความพร้อมของทีม
ไวกิ้ง เอฟเค
แชมป์เก่าไม่มีปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บเพิ่มเติมจากเกมนัดล่าสุด ทว่าจะยังคงไม่มีชื่อของ เวทอน เบริชา ที่มีอาการบาดเจ็บรบกวน และ มาร์ติน โรเซธ ที่บาดเจ็บเข่าอยู่ตามเดิม ทว่าข่าวดีคือทีมจะได้ตัวกองหลังอย่าง เฮนริก เซเลบัคเค่ ฟาลเชเนอร์ เดินทางกลับมารายงานตัวกับสโมสรเรียบร้อยแล้วหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจกับทีมชาตินอร์เวย์ในศึกฟุตบอลโลก และคาดว่าจะได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในแนวรับทันที ด้านแผงแนวรุกยังคงขับเคลื่อนโดย ปีเตอร์ คริสเตียนเซน ดาวยิงสูงสุดของทีมที่ซัดไปแล้ว 6 ประตูในลีก โดยมี ซิเมน คเวีย-เอเกสค็อก ที่ยิงไป 5 ประตูคอยสนับสนุนอยู่ด้านหลัง ร่วมกับกัปตันทีมตัวเก่งอย่าง สลาตโก้ ทริปิช ตัวรุกฝั่งซ้ายที่กำลังท็อปฟอร์มทำไปแล้วถึง 13 แอสซิสต์ในลีกฤดูกาล 2026 นี้
ซานเดฟยอร์ด
ทีมเยือนจะหมดสิทธิ์ใช้งาน ยาค็อบ เวสเตอร์ มิดฟิลด์คนสำคัญที่ติดโทษแบนจากใบแดงในนัดล่าสุด ส่งผลให้โอกาสจะตกเป็นของ เอ็ดวาร์ด เพ็ตเตอร์เซน ที่ฟอร์มดีสอยประตูได้ในฐานะตัวสำรองเกมก่อน จะได้ลงสนามทำหน้าที่เป็นตัวจริงในแผงกองกลาง ทว่าในรายของ ฟิลิป ลอฟเตสเนส-บจูเน่ ยังคงไม่พร้อมสำหรับเกมนี้เนื่องจากมีอาการบาดเจ็บต้นขารบกวนและไม่ได้ลงเล่นให้ทีมเลยนับตั้งแต่เดือนเมษายน ส่วนแดนหน้าพร้อมฝากความหวังในการพังประตูไว้กับ นิโคลาจ โมลเลอร์ กองหน้าตัวเก่งที่ทำไปแล้ว 3 ประตูจากการลงสนาม 12 นัดในลีกฤดูกาลนี้ ร่วมกับ เบนดิก เบิร์นเซน
คาดการณ์ผู้เล่น
ไวกิ้ง เอฟเค : เบลโก้; เฮกเกียม, สเตนสเนส, ฟาลเชเนอร์, เฮาเกน; เบลล์; ฟูกเลสตัด, อัสคิลด์เซน, คเวีย-เอเกสค็อก, ทริปิช; คริสเตียนเซน
ซานเดฟยอร์ด : ฮาดายา; คริสเตียนเซน, แลมบริกซ์, เปเดอร์เซน, เอเกลี; เพ็ตเตอร์เซน, มอร์ค, เมลชิออร์; ปาตูลิเดส, โมลเลอร์, เบิร์นเซน
วิเคราะห์คาดการณ์
เจ้าบ้าน ไวกิ้ง เอฟเค กำลังอยู่ในสถานการณ์ที่มุ่งมั่นอย่างเต็มเปี่ยมในการแก้ตัวจากความพ่ายแพ้เมื่อสุดสัปดาห์ก่อน แม้เกมล่าสุดจะสะดุดปืนฝืดแต่นั่นเป็นเกมเยือน สวนทางกับฟอร์มการเล่นในรัง ไลส์ อาเรน่า ในฤดูกาลนี้ที่แข็งแกร่งดุดันชนะรวด 5 นัดเต็ม แถมเกมนี้ยังได้กองหลังตัวเก่งอย่าง เฮนริก เซเลบัคเค่ ฟาลเชเนอร์ กลับมาช่วยขันแนวรับให้แน่นหนาขึ้น พร้อมทั้งมีทีเด็ดในแนวรุกอย่าง ปีเตอร์ คริสเตียนเซน และตัวสร้างสรรค์เกมชั้นยอดอย่าง สลาตโก้ ทริปิช ประจำการครบมือ ต่างกับผู้มาเยือน ซานเดฟยอร์ด ที่ฟอร์มกำลังย่ำแย่หนักไม่ชนะใครมา 4 นัดติด แถมสถิติการเล่นนอกบ้านฤดูกาลนี้แพ้มา 3 เกมรวด ยามเจอกับทีมกลุ่มบนของตารางมักต้านทานไม่อยู่ ยิ่งไปกว่านั้นนัดนี้แดนกลางยังเสียหายจากการติดโทษแบนของ ยาค็อบ เวสเตอร์ อีกต่างหาก เมื่อพิจารณาจากสถิติปูมหลังที่เจอกันมา ไวกิ้ง เอฟเค ข่มมิดด้ามชนะมา 6 นัดรวดที่พบกัน ดูแล้วเกมนี้เจ้าถิ่นที่เหนือกว่าทุกประตูจะเปิดเกมรุกเดินหน้าเข้าใส่ตั้งแต่สิ้นเสียงนกหวีด และอาศัยรอยแผลในเกมรับของทีมเยือนที่เสียประตูง่ายเจาะเข้าทำสกอร์ ก่อนจะบดเอาชนะไปได้อย่างขาดลอย ทวงตำแหน่งจ่าฝูงกลับคืนมาได้สำเร็จ
คาดการณ์สกอร์ : ไวกิ้ง เอฟเค 3 - 0 ซานเดฟยอร์ด
ข้อมูลที่น่าสนใจ
ไวกิ้ง เอฟเค ชนะ - เจ้าบ้านมีฟอร์มการเล่นในรังที่สมบูรณ์แบบชนะรวด 5 นัดในลีกฤดูกาลนี้ ขณะที่ ซานเดฟยอร์ด มีผลงานเกมนอกบ้านที่ย่ำแย่พ่ายแพ้มา 3 นัดติดต่อกัน และไม่ชนะแชมป์เก่ารายนี้เลยในการเจอกัน 7 นัดหลังสุด
สกอร์สูง/ต่ำ (Over/Under 2.5 Goals) : สูง - แนวรุกของ ไวกิ้ง เอฟเค ยามเล่นในบ้านมีความเฉียบคมและดุดันสูงมาก ประกอบกับทีมเยือน ซานเดฟยอร์ด มีรอยแผลในเกมรับเสียประตู 2 ลูกขึ้นไปถึง 3 จาก 4 นัดหลังสุดในลีก ทำให้เกมนี้น่าจะยิงกันทะลุเรท
Both Teams to Score (BTTS) : ไม่ - แชมป์เก่าได้กองหลังตัวเก่งอย่าง เฮนริก เซเลบัคเค่ ฟาลเชเนอร์ กลับมาสู่ทีมทำให้เกมรับปึ้กขึ้น สวนทางกับทีมเยือนที่มีสถิติเกมรุกค่อนข้างฝืดเฉลี่ยยิงได้เพียงนัดละลูก และนัดนี้ขาดกองกลางตัวหลักทำให้ขับเคลื่อนเกมรุกยากลำบาก
ไวกิ้ง เอฟเค ได้ประตูแรก - ด้วยระดับความมุ่งมั่นที่ต้องการทวงบัลลังก์จ่าฝูงคืน ประกอบกับเสียงเชียร์ในบ้าน คาดว่าเจ้าถิ่นจะเป็นฝ่ายโหมบุกหนักเข้าใส่ทันทีและจะอาศัยความสามารถเฉพาะตัวของ ปีเตอร์ คริสเตียนเซน พังประตูขึ้นนำได้อย่างรวดเร็ว
