
"สิบแปดปีที่รอคอย! "เฟเนร์บาห์เช่" เฝ้ารังซัลโว "สตวร์มกราซ" ประเดิมยกแรกคัดแชมเปี้ยนส์ลีก"
ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 2026-27 | เฟเนร์บาห์เช่ VS สตวร์มกราซ | รอบคัดเลือก : รอบที่ 3 นัดที่ 1 | วันพุธที่ 5 สิงหาคม 2026
พรีวิว
เฟเนร์บาห์เช่ จะลงเล่นเพื่อสานต่อภารกิจหวนคืนสู่รอบแบ่งกลุ่มศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ที่รอคอยมาอย่างยาวนาน โดยจะเปิดสนาม ซูครู ซาราโคกลู สเตเดียม ต้อนรับการมาเยือนของ สตวร์มกราซ ในเกมนัดแรกของรอบคัดเลือก รอบที่ 3 ซึ่งยอดทีมจาก ตุรกี ผ่าน กอร์นิค ซาเบอร์เซ่ มาด้วยสกอร์รวม 2-1 ขณะที่อาคันตุกะจาก ออสเตรีย ผ่าน ฮาร์ทส์ มาอย่างสบายมือด้วยสกอร์รวม 6-0
แมตซ์ พรีวิว
เฟเนร์บาห์เช่
เป็นเวลาถึง 18 ปีแล้วที่ยักษ์ใหญ่แห่งเมือง อิสตันบูล ไม่ได้สัมผัสบรรยากาศรอบสุดท้ายของศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก แถมยังพลาดแชมป์ลีกสูงสุดในประเทศมาตั้งแต่ฤดูกาล 2013-14 โดยฤดูกาลที่แล้วจบอันดับรองแชมป์เป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน อย่างไรก็ตาม อิสไมล์ คาร์ทัล กุนซือที่เข้ามารับตำแหน่งต่อจาก โดเมนิโก้ เทเดสโก้ เมื่อเดือนมิถุนายน ประเดิมงานได้ดีด้วยการพาทีมผ่าน กอร์นิค ซาเบอร์เซ่ ด้วยการชนะในบ้าน 1-0 และเสมอใน โปแลนด์ 1-1 นอกจากนี้พวกเขายังมีฟอร์มในบ้านที่แข็งแกร่ง ชนะ 5 จาก 8 นัดหลังสุดทุกรายการ แม้จะมีช้ำใจจากการพ่าย น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 3-0 ในศึก ยูโรป้า ลีก ก็ตาม
สตวร์มกราซ
แม้ซีซั่นก่อนจะจอดผายแค่รอบลีกเฟสของ ยูโรป้า ลีก แต่พวกเขาก็เคยผ่านเข้าไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบสุดท้ายมาแล้วเมื่อฤดูกาล 2024-25 การเริ่มต้นในรอบคัดเลือกปีนี้ทำได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการเปิดบ้านถล่ม ฮาร์ทส์ 4-0 ก่อนบุกไปชนะถึง เอดินบะระ 2-0 รวมผลสองนัดไร้ปัญหา ถึงแม้เกมล่าสุดใน ออสเตรีย บุนเดสลีกา จะทำได้แค่เสมอกับ ดับเบิ้ลยูเอสจี สวารอฟสกี้ ติโรล 1-1 แต่ทีมของ ฟาบิโอ อินโกริทช์ ยังคงไร้พ่ายตลอด 4 นัดในซีซั่นนี้ แถมยังเคยบุกมาแบ่งแต้ม เฟเนร์บาห์เช่ 1-1 ถึงถิ่นนี้มาแล้วในเกมถ้วย ยุโรป ยุคก่อน
สภาพความพร้อมของทีม
เฟเนร์บาห์เช่
อิสไมล์ คาร์ทัล ต้องรอประเมินสภาพร่างกายของ ทาลิสค่า และ เนลสัน เซเมโด้ ที่มีอาการบาดเจ็บรบกวนจากเกมนัดล่าสุด ขณะที่ เวดัต มูริคี ยังคงต้อง รอเช็คความฟิต หลังอยู่ระหว่างฟื้นตัวจากอาการเจ็บกล้ามเนื้อ ด้านแข้งใหม่อย่าง เมสัน กรีนวู้ด มีลุ้นออกสตาร์ตตัวจริงหลังลงเป็นสำรองในสองนัดก่อน ส่วน เอ็นโกโล่ ก็องเต้ พร้อมเป็นตัวเลือกอีกครั้งหลังกลับมาซ้อมเต็มรูปแบบหลังจบภารกิจ ฟุตบอลโลก
สตวร์มกราซ
ขุมกำลังจะไม่มี อามาดี้ คามาร่า ที่เจ็บต้นขา รวมทั้ง ลูก้า ไวน์ฮันเดิล, โอตาร์ คิเตอิชวิลี่ และ เนลสัน ไวเพอร์ ที่หมดสิทธิ์ลงช่วยทีมทั้งหมด ส่วนแนวรุกอย่าง ซีมอน วโลดาร์ซิค มีลุ้นสอดแทรกเป็นตัวจริงหลังเพิ่งทำประตูได้ในเกมกับ ติโรล ขณะที่ เจย์แลนด์ มิตเชลล์ พร้อมกลับมาประจำการในตำแหน่งเซนเตอร์แบ็กหลังได้พักในเกมลีกล่าสุด
คาดการณ์ผู้เล่น
เฟเนร์บาห์เช่ : กึนอค; เซเมโด้, สคริเนียร์, อาเก้, อูสเตอร์โวลเดอ; เก็นดูซี่, เฟรด; คาห์เวซี่, อาเซนซิโอ, อัคเตอร์โคกลู; ทาลิสค่า
สตวร์มกราซ : คูดียาคอฟ; ไฮล์, วัลชี, มิตเชลล์, โซโกล; ไซเดิล, ไวน์ฮันเดิล, สตานโควิช, เฮอดิล; วโลดาร์ซิค, ยัตต้า
วิเคราะห์คาดการณ์
เฟเนร์บาห์เช่ กำลังอยู่ในช่วงมุ่งมั่นอย่างหนักเพื่อยุติการรอคอยอันยาวนาน 18 ปีในการกลับไปเล่นในรอบสุดท้ายของศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ให้ได้ ซึ่งการได้เล่นในถิ่น ซูครู ซาราโคกลู สเตเดียม ถือเป็นข้อได้เปรียบสำคัญ เนื่องจากพวกเขามีสถิติในบ้านที่แข็งแกร่ง คว้าชัยชนะได้ถึง 5 จาก 8 นัดหลังสุด อย่างไรก็ดี กุนซือ อิสไมล์ คาร์ทัล ยังต้องเผชิญปัญหานักเตะบาดเจ็บ โดยเฉพาะต้อง รอเช็คความฟิต ของ ทาลิสค่า, เนลสัน เซเมโด้ และ เวดัต มูริคี ขณะที่ผู้มาเยือนจาก ออสเตรีย อย่าง สตวร์มกราซ ของกุนซือ ฟาบิโอ อินโกริทช์ กำลังอยู่ในฟอร์มที่มั่นใจและยังไม่แพ้ใครในฤดูกาลนี้จากการลงเล่น 4 นัดทุกรายการ อีกทั้งยังมีแนวรุกฟอร์มดีอย่าง ซีมอน วโลดาร์ซิค ที่พร้อมป่วนแนวรับเจ้าถิ่น อย่างไรก็ตาม ด้วยเกรดบอลและเสียงเชียร์ในรังเหย้า จะช่วยดันให้ เฟเนร์บาห์เช่ มีเบียดเอาชนะไปได้ก่อนในนัดแรก
คาดการณ์สกอร์ : เฟเนร์บาห์เช่ 2-1 สตวร์มกราซ
ข้อมูลที่น่าสนใจ
เฟเนร์บาห์เช่ ชนะ : เฟเนร์บาห์เช่ ได้เปรียบจากการเล่นในบ้านซึ่งคว้าชัยได้ถึง 5 จาก 8 นัดหลังสุดทุกรายการ ประกอบกับความเก๋าเกมในถ้วย ยุโรป น่าจะเบียดคว้าชัยได้
สกอร์สูง/ต่ำ (Over/Under 2.5 Goals) : สูง : สตวร์มกราซ มีเกมรุกที่ยิงประตูได้อย่างต่อเนื่องในรอบที่ผ่านๆ มา ขณะที่เจ้าถิ่นก็มีแนวรุกศักยภาพสูง ทำให้มีโอกาสยิงประตูรวมเกิน 2 ลูก
Both Teams to Score (BTTS) : ใช่ : แนวรุกของ สตวร์มกราซ ทำผลงานได้ดีและยิงประตูมาตลอดในรอบคัดเลือก ส่วน เฟเนร์บาห์เช่ เล่นในบ้านต้องเปิดเกมบุกใส่ ทำให้มีโอกาสเสียประตูและยิงคืนได้ทั้งคู่
เฟเนร์บาห์เช่ ได้ประตูแรก : การได้เล่นในถิ่น ซูครู ซาราโคกลู สเตเดียม จะกดดันให้ เฟเนร์บาห์เช่ เดินหน้าบุกเข้าใส่ตั้งแต่ต้นเกมเพื่อทำประตูขึ้นนำให้ได้ก่อน
